Friday, August 14, 2015

ฮอร์โมนสร้างสุข วัคซีนของครอบครัว

ความสุข เป็นสิ่งที่คนทุกเพศทุกวัยต้องการและทุกคนสามารถสร้างสุขให้แก่ตัวเองได้ ทว่าภาวะสังคมมีการเปลี่ยนแปลงแข่งขัน ความวุ่นวายมากมาย ทำให้หลายคนเกิดการสะสมความทุกข์ ความเครียดมากกว่าความสุข กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดงาน สัปดาห์สร้างสุขภาพจิตแห่งชาติ ประจำปี2556 ฮอร์โมนความสุข สร้างได้ทุกวัย ระหว่างวันที่ 1-7 พฤศจิกายน ของทุกปี ตามมติคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2532

ปัจจุบันคนไทยมีภาวะความเครียดที่เพิ่มขึ้น นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าไม่ใช่เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้นที่เครียด แต่เด็กและเยาวชนก็มีภาวะความเครียดเพิ่มขึ้น ยิ่งเด็กในเมืองต้องแข่งขันกับเวลา การเรียน รวมถึงความไม่เข้าใจระหว่างพ่อแม่ และลูก ล้วนเป็นสาเหตุก่อเกิดความเครียดขึ้น

จึงอยากให้พ่อแม่ช่วยกันสร้างฮอร์โมนความสุขให้แก่ลูกแก่ครอบครัว ผ่าน 5 วิธี สร้างความสุข ได้แก่ 1.ออกกำลังกายร่วมกันสม่ำเสมอ ช่วยให้สารแห่งความสุขในร่างกายหลั่งออกมาทำให้มีความสุข สดชื่น 2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 3.ร่วมกันทำกิจกรรมท่ามกลางแสงแดด อย่างน้อย 20 นาที ในตอนเช้า หรือตอนเย็น จะช่วยให้กระปรี้กระเปร่า นอนหลับเต็มอิ่ม 4.นวดตัว เป็นพลังการสัมผัส คลายเส้นที่ตึงจากความเครียด และกระตุ้นให้เลือดไหลเวียน สุดท้าย 5. ลดเครียด จัดการอารมณ์จากความกังวล ความโกรธ ความกลัว นอกจากนั้น พ่อแม่และลูกหากิจกรรมร่วมกัน เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ไปเที่ยวต่างจังหวัด เพื่อสร้างความใกล้ชิดความเข้าใจระหว่างกัน

ครอบครัว เป็นหน่วยย่อยหนึ่งของสังคม แต่เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการพัฒนาศักยภาพของคนคนหนึ่ง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า พ่อแม่มักจะเลี้ยงลูกตามประสบการณ์ของตัวเองที่ถูกเลี้ยงมาเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว ซึ่งการเลี้ยงแบบนั้น

ไม่สามารถเอามาใช้เลี้ยงเด็กยุคใหม่ตอนนี้ได้ทั้งหมด แต่ต้องนำมาปรับใช้ เพราะตอนนี้เด็กสามารถเข้าถึงประสบการณ์ใหม่มากมายที่แตกต่างจากพ่อแม่ ผู้ใหญ่ต้องพยายามเข้าใจ เข้าถึงเด็กให้ได้โดยที่ไม่ได้เป็นการกดดัน หรือเอาความอยากของพ่อแม่ไปใส่กับลูก

การดูหนังกับลูก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยให้พ่อแม่ลูกได้เข้าใจกันมากขึ้น อย่าง เรื่องฮอร์โมนวัยว้าวุ่น พ่อแม่หลายคนอาจมองว่าเป็นการชี้โพรงให้แก่ลูก แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าจริงๆ เรื่องเหล่านั้นเด็กรู้อยู่แล้ว แถมพวกเขาบางคนอาจเป็นอย่างนั้น ตอนนี้คุณแม่วัยใส ไม่ใช่เด็กที่เหมือนสไปรท์ในฮอร์โมน แต่เป็นเหมือนดาว เด็กใสๆ ที่เรียบร้อย ตั้งใจเรียน นั่งหน้าห้องกลับเป็นคุณแม่วัยใส เพราะเด็กกลุ่มนี้ไม่มีใครคอยแนะนำการดูแลตัวเอง หลอกง่าย พอพลาดก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น ผมอยากให้พ่อแม่เปิดใจให้กว้าง ยอมรับ พูดคุยกับลูกในทุกเรื่องโดยไม่ได้ติ ตั้งคำถามปลายเปิดให้ลูกได้คิด ได้ใช้ความคิด และเวลาดูหนัง หรือทำกิจกรรมกับลูก ผู้ปกครองต้องดูใส่ความรู้ไปพร้อมกับสิ่งที่ลูกกำลังดู แต่ต้องใส่หลังจากที่ดูหนัง หรือทำกิจกรรมเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งไปขัด หรือใช้คำพูดตำหนิลูกทันที ควรรับฟังอย่างเข้าใจ

ฮอร์โมนความสุข สร้างได้ทุกวัย นายเกรียงไกร วชิรธรรมพร ผู้กำกับซีรีส์เรื่อง ฮอร์โมน..วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 กล่าวถึงมุมมองการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของเด็กวัยรุ่น ว่าเด็กวัยรุ่นตอนนี้เขามีความคิด มีความรู้สึก และบางคนอาจมีจุดยืน มุมมองของตัวเอง การนำเสนอเรื่องราวของพวกเขาก็เพื่อให้พ่อแม่ได้มีโอกาสรู้จักเด็ก ลูกวัยรุ่นมากขึ้น เพราะทุกตอนของเรื่อง ทุกตัวละคร จะพาย้อนกลับไปดูที่บ้านของตัวละคร ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เด็กคนหนึ่งถึงได้เป็นแบบนี้ ทำให้ดูว่าถ้าครอบครัวเป็นแบบนี้ เด็กก็อาจจะเป็นแบบนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทยจริงๆ

ดังนั้น การทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพ่อแม่ ลูก อย่างการดูหนังดูละคร หรือทำกิจกรรมอื่นๆ อยากให้เอาสิ่งเหล่านี้มาชี้ให้เด็กได้ดูว่า พวกเขาอยากเป็นแบบไหน และทุกครอบครัวอย่าพึ่งเพียงสร้างความสุขจากเงินทอง หรือรอคอยความสุขที่คนอื่นจะสร้างให้ เพราะไม่มีใครจะเข้าใจและช่วยแก้ปัญหา สร้างความสุขได้ดีกว่าคนในครอบครัวเดียวกัน

พื้นฐานของความคิด การใช้ชีวิตล้วนมาจากต้นแบบ ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ท็อป นายณภัทร โชคจินดาชัย นักแสดงจากเรื่องฮอร์โมน...วัยว้าวุ่น เล่าว่า  Oa He Ma Ka An To Em Ni Ko Up Me Er Ne Na Po Jo Po Ec La Fe Wo Ip Fe Sa Ro To Ro Pa Em 1f Da Bo Pl Mo Co He Fr Bi To La La La St Gi Gi Go  หลายคนอาจไม่รู้ว่าการมีครอบครัวที่มีพ่อแม่ ลูก นั้นมันดีอย่างไร เพราะพวกเขาอาจไม่เคยขาดพ่อ แม่ หรือมีพ่อแม่ครบแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งที่พ่อแม่ผู้ปกครอง เป็นไม่กี่คนในโลกที่พร้อมรับฟังเราได้ทุกเรื่อง จึงอยากให้เพื่อนๆ ทุกคนที่ยังมีพ่อแม่อยู่ มีอะไรปรึกษาพ่อแม่ หากิจกรรมร่วมกับพ่อแม่

ขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ควรเปิดใจยอมรับฟังความคิด การแสดงออกต่างๆ ของลูก และควรหากิจกรรมทำร่วมกับลูก ฮอร์โมนความสุขสร้างได้ทุกวัย เพียงแต่ขอให้ทุกครอบครัว ทุกคน มีความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น เปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน ยอมรับในช่วงวัยของแต่ละรุ่น อย่างวัยรุ่น วัยของการเปลี่ยนแปลง ชอบความท้าทาย ความตื่นเต้น ความสนุก มีความรุนแรง มีเรื่องเพศ เรื่องเพื่อน ความรัก พ่อแม่ก็ทำหน้าที่คอยประคับประคอง แต่ไม่ได้ปิดช่องทางของลูกที่จะเดิน จะเรียนรู้ชีวิต

อาหาร เรื่องคาใจผู้ป่วยมะเร็ง


ท่านคงได้รับข้อมูลจากการบอกเล่าหรือการอ่านว่า การเลือกรับประทานอาหารสามารถป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็งอย่างได้ผล ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว เราควรจะเลือกรับประทานอาหารบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็ง หรือถ้าเป็นโรคมะเร็งแล้ว ควรจะเลือกบริโภคอาหารอะไรเพื่อช่วยควบคุมโรค

คำถามเหล่านี้ เป็นคำถามที่ผู้ป่วยจำนวนมากในปัจจุบันถามต่อแพทย์ผู้รักษา โดยหวังว่า แพทย์สามารถให้คำตอบได้ว่า ควรจะรับประทานอาหารอย่างไรเพื่อให้ผลการรักษาได้ผลดีที่สุด

ศ.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า ร่างกายคนเราต้องการอาหารที่หลากหลาย เพื่อนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยมะเร็งหรือคนปกติก็ควรกินให้ได้ครบ 5 หมู่

 “โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีคำถามบ่อยๆ ว่า ต้องงดเนื้อสัตว์หรือไม่ จริงหรือที่กินได้แค่ผักผลไม้ วิตามิน-อาหารเสริมช่วยได้แค่ไหน น้ำผักต่างๆ ดื่มแล้วจะช่วยให้มะเร็งหายเร็วได้จริงหรือไม่ และอีกสารพัดคำถามที่ล้วนแต่มีเป้าหมายไปทางเดียวกันคือ ชดเชยกับภูมิต้านทานร่างกายที่ลดลงหลังจากการรักษา”

คุณหมออธิบายว่า การกินที่ถูกต้องนั้น ไม่ควรกินเมนูเดียวซ้ำๆ ต้องกินให้หลากหลายและเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ส่วนเรื่องเนื้อสัตว์อาจเลี่ยงของปิ้งย่าง ทอด โดยเปลี่ยนเป็นการนึ่ง ต้ม แทนก็ได้ รวมถึงลดปริมาณอาหารไขมันสูงและอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะเป็นอาหารชั้นดีสำหรับมะเร็ง

หากบริหารจัดการเรื่องการกินได้ อาหารก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่เติมเต็มความสุขให้กับชีวิต ไม่ใช่บังคับตัวเองให้ไม่กินอะไรเลย จนเป็นทุกข์ และสำหรับอาหารเสริมนั้น ควรปรึกษานักโภชนาการ ไม่ควรซื้อมากินเอง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าร่างกายต้องการสารอาหารชนิดใดเพิ่ม การกินสุ่มสี่สุ่มห้าอาจเพิ่มโรคตามมาโดยไม่รู้ตัว

นอกจากการใส่ใจด้านโภชนาการแล้ว ในด้านการดูแลสุขภาพจิตก็จำเป็นไม่แพ้กัน เพราะคนไข้ทุกคนเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วย มักเกิดความเครียด วิตกกังวล Da To Fr Bo Bo De Go Mo Mo Vi Da La Gi No Ja Al Al Ja Vi Le Ra Ro Ar Mi Ob De Ro Be Ea Ke Be Wo So Go Tu Pa Mo Mc Mi Sm Ni Vo Ma Sa ยกตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จากการเก็บข้อมูลในผู้ป่วย 215 คน พบว่า 44% เป็นโรคทางจิตเวชแบบไม่รุนแรง 13% อยู่ในกลุ่มซึมเศร้าและกังวลเกี่ยวกับโรค และ 3% ที่เครียดมากจนถึงขั้นคิดทำร้ายตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา

ผศ.นพ.พนม เกตุมาน จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ให้คำแนะนำว่า ญาติควรหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็ง เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยได้ถูกวิธี ไม่ควรตำหนิคนไข้ทำนองว่าเป็นภาระครอบครัว เพราะการพูดอย่างนั้นจะยิ่งเป็นการทำให้คนไข้คิดมากและเครียดยิ่งกว่าเดิม

ญาติควรหมั่นสังเกตอาการคนไข้ และไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ หากพบว่ามีอาการเงียบขรึมกว่าปกติ เศร้า เหม่อลอย กิจวัตรประจำวันก็ทำไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อนที่จะรู้ตัวว่าป่วย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ นอนแล้วตื่นกลางดึก ฯลฯ ให้รีบพาไปปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและขอคำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพจิตโดยด่วน

“การปล่อยให้ผู้ป่วยมะเร็งอยู่กับความเครียด และความกังวลซ้ำๆ จะยิ่งทำให้เขาหมดกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรค ฉะนั้น การดูแลสุขภาพจิตใจของคนไข้ให้แข็งแรง ยิ้มรับกับโรคที่เป็น เพราะยิ่งเขามีจิตใจที่เข้มแข็งสู้กับทุกปัญหาแล้ว ร่างกายก็จะมีสุขภาพที่ดีตามไปด้วยนั่นเอง” จิตแพทย์แนะนำ

No comments:

Post a Comment