Friday, August 14, 2015

อยากตื่นมาแล้วสวยเป๊ะ ก่อนนอนควรทำอะไรมาดูกัน

เตรียมร่างกายให้พร้อมกับเช้าวันใหม่ ด้วยการดูแลตัวเองก่อนนอน         โอ้ยยย! ตื่นสายไม่ทันแล้ว มีเวลาแต่งหน้าแค่แปปเดียว ผมละ! ทำไม่ทันอีก แล้วที่สำคัญจะใส่ชุดอะไรดี ปัญหาที่ผู้หญิงเกือบจะทุกคน.. เชื่อได้ว่าต้องเคยเป็นกันบ้างแหละ Sanook! Women เลยไปหาเคล็ดลับการเตรียมความพร้อมของสาวๆ ในช่วงเวลาก่อนหลับตานอน เผื่อวันไหนตื่นสายขึ้นมาอีกละก็จะได้สวยเป๊ะไปทั้งตัว จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยยยย ^^/

ทาลิปสติกบำรุงริมฝีปาก

         หลังจากอาบน้ำเสร็จก่อนที่จะลงครีมบำรุงผิวหน้าต่างๆ จริงๆ แล้วควรเริ่มจากการทาลิปสติกที่เป็น ลิปปาล์ม ลิปมัน รองพื้นก่อน เพื่อที่จะไม่ให้ตัวครีมที่เราใช้บำรุงหน้านั้นไปถูกริมฝีปาก เพราะครีมบางชนิดถ้าโดนริมฝีปากแล้ว อาจจะทำให้ริมฝีปากดำคล้ำได้นะ

มาส์กหน้า

          สาวๆ บางคนนั้นอาจจะใช่ช่วงเวลาตอนหลับนั้นเพื่อมาส์กหน้า การบำรุงผิวหน้าที่มากกว่าการทาครีมบำรุงปกติ แถมตื่นเช้ามา แต่งหน้าติด ผิวหน้าผ่องใสอีกด้วยละ

บำรุงผิวกาย

       ขั้นตอนนี้ก็สำคัญค่ะ ดูแลผิวหน้าแล้วอย่าลืมดูแลผิวกายด้วยจ่ะ ทาครีมบำรุงเลย เพื่อผิวที่ชุ่มชื่นของเรา และยิ่งสาวๆ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำแล้วละก็ ต้องทาพวกครีมบำรุงผิวกายเยอะๆ เลย

ม้วนผม

        การสระผมตอนกลางคืนนั้น จริงๆ ก็ทำได้นะ แต่ก็ควรที่จะไดร์ผมให้แห้ง ไม่นอนหลับทับไปทั้งที่ยังเปียกอยู่ หรือมาดๆ ก็ตาม  Da Da Da Da Sc Da Da Da Da Be Da Da Da Tu Tu Ro Sw To Ca Is Th Da Ti Da Da Jo Wu Wu Wu To Ju Me Sh Ju Va Fl Tw Da Da Fe To L Ki Ki Ja Jo Na Na Mi Na Br Dk An  เพราะอาจจะทำให้เป็นเชื้อราบนหน้งศีรษะได้ และถ้าเราตั้งใจไว้ว่าเช้ารุ่งขึ้นจะต้องตื่นมาทำผมลอน สามารถใช้ โรลม้วนผมจับผมเป็นช่อๆ แล้วม้วนผมไว้ ตื่นเช้ามาแกะออก ก็จะได้ผมลอนที่จัดแต่งนิดหน่อยก็สวย ออกจากบ้านได้ แถมไม่เสียเวลาเยอะด้วย

เตรียมชุดสำหรับวันรุ่งขึ้น

       สาวๆ ควรวางแผนไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ ว่าวันรุ่งขึ้นนั้นเราจะใส่ชุดไหน แต่งตัวสไตล์ไหนดี ลองจัดวางคราวๆ ไว้ ตื่นเช้ามาจะได้ไม่วิ่งวุ่นหา เสื้อตัวไหนดีน้าา แต่งตัวอะไรดีละไงจ่ะสาวๆ

      
มาเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อหุ่นที่ดีกัน

แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินนิดหน่อย ก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้แล้วนะ

          หูยย! อันนั้นก็อยากกิน อันนี้ก็อยากกิน ยิ่งเค้กนุ่มๆ ซักชิ้นนะ อยากกินสุดๆ แต่!!! อีกใจเราก็อยากหุ่นดี ไม่มีพุง ทำยังไงดีละเนี่ย วันนี้ Sanook! Women เลยมีเคล็ดลับการเลือกทานอาหารที่ถ้าทำแล้วจะช่วยให้เราอยากทานขนมต่างๆ ได้น้อยลง แถมหุ่นดีดั่งใจต้องการ มาฝากกันค่ะ

          ทานอาหารมื้อเช้าเป็นประจำ

               การรับประทานาอาหารมื้อเช้าเป็นประจำทุกวันนั้น จะช่วยทำให้สาวๆ ไม่เกิดอาการหิวระหว่างวันได้นะ และสาวๆ ต้องเคยได้ยินว่า มื้อเช้านั้นให้กินแบบราชา ดังนั้นกินไปเลยยย เพราะเรายังมีเวลาเผาผลาญพลังงานอีกเยอะ       อยากกินขนมหวาน เปลี่ยนมาทานโยเกิร์ตไขมันต่ำ รสธรรมชาติ

               เวลาที่ง่วงๆ เหนื่อยล้าจากการทำงาน สาวๆ ต้องคิดอยากเติมน้ำตาลให้ร่างกายแน่ๆ จริงๆ ก็ทานได้นะ แต่ถ้าเปลี่ยนจากขนมหวานมาทานเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติไขมัน หรือรสธรรมชาติแต่อาจเป็นในรูปแบบ Homemade ไขมันต่ำ ทั้งอร่อยทั้งดีต่อสุขภาพด้วยนะ

      อยากกินขนมถุงอบกรอบ เปลี่ยนมาทานถั่วอบ

               นั่งทำงาน ดูหนัง ฟังเพลงไปนานๆ อาหารมื้อที่กินไปเริ่มย่อยก็เริ่มหิวอีกแล้ว ครั้งจะไปกินขนมถุงกรอบๆ ก็อยากกินนะ แต่ลองซื้อพวกถั่วอบมาทานดูสิ อร่อยแถมมีประโยชน์ด้วยนะสาวๆ

      อยากดื่มน้ำอัดลม เปลี่ยนมาดื่มน้ำมะนาวโซดา

               ร้อนอ่าาา ~ อยากหาอะไรดื่มให้ชื่นใจ แต่ถ้าดื่มน้ำอัดลมละก็ น้ำตาลเยอะ แล้วจะเอาอะไรมาดับร้อนได้บ้างละ นี่เลยสาวๆ เดินไปสั่งน้ำมะนาวโซดาแทนการดื่มน้ำอัดลมเลยจ้าาา Br Co Vi Er Nu Ko Co Bo Co Sw Ma Kw Tu Tu Da Le Oa Ka Se Bc Do Dk Mi Ni Gu To Ar Ha Bu Pr Ma Bo Me Ma Al Mi La Ja Mi Sk La La Er Be Bo Ju Re Oa Oa Ve Ka Ka Th G นอกจากจะซ่าโดนใจแล้วนะ น้ำมะนาวโซดายังช่วยล้างสารพิษ ให้ประโยชน์ต่อร่างกายเราด้วยยย

      ดื่มน่ำเปล่า!

                   หลักข้อนี้ง่ายๆ เลย น้ำเปล่า อย่างที่รู้ๆ กันว่าในหนึ่งวันนั้นควรจะดื่มน้ำเปล่าให้ได้ 8 - 10 แก้ว การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่นได้อีกนะ นั่งทำงาน ดูหนังเพลินๆ มีติดตัวไว้คอยจิบก็ดีไม่น้อยเลยนะสาวๆ

      สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังตั้งใจแล้วว่าอยากหุ่นดี หรืออยากลดน้ำหนัก แต่ไม่เสียสุขภาพ ลองไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารดูนะค่ะ รับรองผู้หญิงอย่างเราความสวยอยู่ไม่ไกลเลยค่าาา ^^

ไขปัญหาเรื่องบนเตียง...เมื่อคุณผู้หญิง “เจ็บ”

 ขณะมีเพศสัมพันธ์ บางคนเจ็บมากจนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ หรือถ้ามีได้ก็ไม่มีใครฟิน เพราะดูเป็นกิจกรรมทรมานฝ่ายผู้หญิงมากกว่าสวัสดีค่ะ สัปดาห์นี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องปัญหาบนเตียงกันนะคะ ปัญหาบนเตียงที่ไม่ได้เกิดจากความรักที่จืดจาง ไม่ได้เกิดจากการที่ใครคนใดไปมีคนอื่น แต่เกิดจากคุณผู้หญิงมีอาการ "เจ็บ" ขณะมีเพศสัมพันธ์ค่ะ บางคนเจ็บมากจนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ หรือถ้ามีได้ก็ไม่มีใครฟิน

เพราะดูเป็นกิจกรรมทรมานฝ่ายผู้หญิงมากกว่าหนึ่งในสาเหตุของอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ของคุณผู้หญิง ได้แก่ อาการที่ช่องคลอดหดเกร็ง (โดยไม่ได้ตั้งใจ คือมันควบคุมไม่ได้ มันหดเอง) นั่นคือโรคช่องคลอดหดเกร็ง หรือ Vaginismus ในกูเกิลบางคนใช้คำว่าจิ๋มล็อก(แต่สารภาพตามตรงว่า ตอนเรียนก็ไม่เคยได้ยินศัพท์ "จิ๋มล็อก" นี้เหมือนกันค่ะ แต่ก็ดูเห็นภาพดีนะคะ ดูปิด ดูล็อก ดูเข้าไม่ได้)พอช่องคลอดหดเกร็ง เวลาสอดใส่อะไร ไม่ว่าจะเป็นผ้าอนามัยแบบสอด องคชาต หรือเครื่องมือตรวจทางนรีเวช ก็ไม่สามารถสอดใส่ได้ เพราะคุณผู้หญิงจะมีอาการเจ็บมาก เจ็บเหมือนช่องคลอดจะฉีกขาด อาการช่องคลอดหดเกร็ง อาจเกิดจากความกังวล

การกลัวการมีเพศสัมพันธ์ หรืออดีตเคยมีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับทางเพศมาก่อน เช่น ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือถูกข่มขืนอาจจะเป็นตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ หรือเป็นหลังจากเคยมีเพศสัมพันธ์ก็ได้ โรคนี้ไม่ได้พบน้อย แต่บางคู่รู้สึกอายที่จะมาพบแพทย์ บางคู่แก้ปัญหาโดยการไม่มีเพศสัมพันธ์กันซะเลย บางรายเรื้อรังมีปัญหากันถึงขั้นเตียงหักหากตัวคุณเองหรือคู่รักมีปัญหาเช่นนี้ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ร่วมกับจิตแพทย์ค่ะ เพราะควรจะต้องตรวจเพิ่มเติมว่า

อาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ หรือไม่ เช่น การอักเสบติดเชื้อ อบุมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกการรักษา (หรือการเปิดล็อก) จะเป็นการฝึกการควบคุมและผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือการขมิบค่ะ ร่วมกับการค่อยๆ ฝึกการสอดใส่และผ่อนคลาย (รายละเอียด : อาจเริ่มจากสอดใส่นิ้วมือ (ตัดเล็บก่อนนะคะ) ร่วมกับเจลหล่อลื่นอาจเป็นนิ้วมือผู้ป่วย หรือสามีก็ได้ ผ่อนคลายและให้ชิน หลังจากที่เริ่มผ่อนคลายและคุ้นชิน อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนก็สามารถลองมีเพศสัมพันธ์ได้โดยให้ผู้หญิงเป็นคนควบคุม (คืออยู่ข้างบน) (รายละเอียดค่อนข้างติดเรต คุณผู้อ่านหากมีปัญหาสามารถหลังไมค์มาได้นะคะ) โรคช่องคลอดหดเกร็ง อาจส่งผลกับเรื่องบนเตียงและชีวิตคู่ของคุณได้ อย่าปล่อยทิ้งไว้ อย่าอายและไปพบแพทย์กันนะคะ

สวัสดีค่ะ อยากตื่นมาแล้วสวยเป๊ะ ก่อนนอนควรทำอะไรมาดูน เตรียมร่างกายให้พร้อมกับเช้าวันใหม่ ด้วยการดูแลตัวเองก่อนนอน โอ้ยยย! ตื่นสายไม่ทันแล้ว มีเวลาแต่งหน้าแค่แปปเดียว ผมละ! ทำไม่ทันอีก แล้วที่สำคัญจะใส่ชุดอะไรดี ปัญหาที่ผู้หญิงเกือบจะทุกคน.. เชื่อได้ว่าต้องเคยเป็นกันบ้างแหละ Sanook! Women เลยไปหาเคล็ดลับการเตรียมความพร้อมของสาวๆ ในช่วงเวลาก่อนหลับตานอน เผื่อวันไหนตื่นสายขึ้นมาอีกละก็จะได้สวยเป๊ะไปทั้งตัว จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยยยย ^^/ ทาลิปสติกบำรุงริมฝีปาก

หลังจากอาบน้ำเสร็จก่อนที่จะลงครีมบำรุงผิวหน้าต่างๆ จริงๆ แล้วควรเริ่มจากการทาลิปสติกที่เป็น ลิปปาล์ม ลิปมัน รองพื้นก่อน เพื่อที่จะไม่ให้ตัวครีมที่เราใช้บำรุงหน้านั้นไปถูกริมฝีปาก เพราะครีมบางชนิดถ้าโดนริมฝีปากแล้ว อาจจะทำให้ริมฝีปากดำคล้ำได้นะ มาส์กหน้า สาวๆ บางคนนั้นอาจจะใช่ช่วงเวลาตอนหลับนั้นเพื่อมาส์กหน้า การบำรุงผิวหน้าที่มากกว่าการทาครีมบำรุงปกติ แถมตื่นเช้ามา แต่งหน้าติด ผิวหน้าผ่องใสอีกด้วยละ บำรุงผิวกาย

 ขั้นตอนนี้ก็สำคัญค่ะ ดูแลผิวหน้าแล้วอย่าลืมดูแลผิวกายด้วยจ่ะ ทาครีมบำรุงเลย เพื่อผิวที่ชุ่มชื่นของเรา และยิ่งสาวๆ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำแล้วละก็ ต้องทาพวกครีมบำรุงผิวกายเยอะๆ เลย ม้วนผม การสระผมตอนกลางคืนนั้น จริงๆ ก็ทำได้นะ แต่ก็ควรที่จะไดร์ผมให้แห้ง ไม่นอนหลับทับไปทั้งที่ยังเปียกอยู่ หรือมาดๆ ก็ตาม Do Fr Po Bo Me Bo Re Ke La Tu Tu Ti Bu St Co Wo Am Bu J Ni Nu Fr 19 Th Th Th Ka Pr Th So St Do Ke Us Sh St Ax Al La Da Da Da Da Da Da Da Da Da เพราะอาจจะทำให้เป็นเชื้อราบนหน้งศีรษะได้ และถ้าเราตั้งใจไว้ว่าเช้ารุ่งขึ้นจะต้องตื่นมาทำผมลอน สามารถใช้ โรลม้วนผมจับผมเป็นช่อๆ แล้วม้วนผมไว้ ตื่นเช้ามาแกะออก ก็จะได้ผมลอนที่จัดแต่งนิดหน่อยก็สวย ออกจากบ้านได้ แถมไม่เสียเวลาเยอะด้วย เตรียมชุดสำหรับวันรุ่งขึ้น สาวๆ ควรวางแผนไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ ว่าวันรุ่งขึ้นนั้นเราจะใส่ชุดไหน แต่งตัวสไตล์ไหนดี ลองจัดวางคราวๆ ไว้ ตื่นเช้ามาจะได้ไม่วิ่งวุ่นหา เสื้อตัวไหนดีน้าา แต่งตัวอะไรดีละไงจ่ะสาวๆ

อยากสวยหุ่นดี-แต่ดันหิวตอนดึกทำยังไงดี

ตั้งใจไว้แล้วว่าจะดูแลสุขภาพร่างกาย ให้หุ่นฟิต กระชับ แต่ดันมาหิวกลางดึกกินอะไรแทนได้บ้างนะ!      ความตั้งใจของสาวๆ ที่อยากมีหุ่นที่ดีนั้น ต้องมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย แต่! มันติดอยู่ตรงที่ว่า กลางวันก็กินตามหลักแล้วนะ ออกกำลังกายแบบได้สุขภาพ แล้วทำไมตกดึกแล้วหิวแบบนี้นะ! (ความตั้งใจที่ฉันทำมาจะเสียเปล่าไหมอ่ะ) อย่าเพิ่งโทษตัวเองกันค่ะสาวๆ ถ้าหิวนักก็จัดไป วันนี้ Sanook! Women มีอาหารที่สามารถกินได้ในช่วงเวลาดึกและดีต่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ

โยเกิร์ตไขมันต่ำ

         การทานโยเกิร์ตในช่วงเวลาที่หิวซักหนึ่งถ้วย ก็สามารถทำให้เรารู้สึกอิ่ม อยู่ท้อง แต่ต้องเลือกทานเป็นไขมันต่ำ ไม่ปรุงแต่งรสจนเกินไป ไม่อย่างนั้นแล้วละก็ น้ำตาลมาเต็มค่ะ

ผลไม้

           ผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น ส้ม แอปเปิ้ล ฝรั่ง ฯลฯ เราสามารถรับประทานได้ในช่วงเวลาที่หิวตอนดึกๆ นะคะ เพราะผลไม้เหล่านี้แคลอรี่ต่ำ และทำให้อิ่มท้องอีกด้วยค่ะ

นมไขมันต่ำ

         การเลือกทานนมอุ่นๆ ก่อนนอนซักหนึ่งแก้ว ก็เป็นหนึ่งทางเลือกที่ดีและมีประโยชน์ค่ะ เลือกทานนมที่ไขมันต่ำ แต่เคยได้ยินมานะคะว่า กินนมอุ่นๆ ก่อนนอนจะทำให้นอนหลับสบายขึ้นด้วย ^^

น้ำเปล่า

        อีกหนึ่งสิ่งที่หาทานได้ง่ายๆ มากๆ เพราะใกล้ตัวเราสุดๆ นั้นก็คือน้ำเปล่าค่ะ การทานน้ำเปล่าจะช่วยลดอาการหิวได้ด้วย แถมการดื่มน้ำก่อนนอนจะช่วยให้ร่างกายในตอนที่หลับนั้น ไม่ขาดน้ำมากเกินไปค่ะ ตื่นเช้ามาร่างกายกระปรี้กระเปร่า ผิวพรรณสดใสอีกด้วยค่ะ

   
4 เคล็ดไม่ลับ...วิธีเยียวยาอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ฉบับคนญี่ปุ่น

วิธีการเยียวยาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีแบบคนญี่ปุ่นมาฝากกัน รับรองว่าใครๆ ก็ทำตามได้แน่นอน จะมีวิธีอะไรบ้าง มาดูกัน “ออฟฟิศซินโดรม” (OfficeSyndrome) เป็นอาการปวดตึงที่บ่า Al Ni Ip Tr Mi Bo Co M Ma Fo Mi Da Bo Tu Bo Cu Cu Cu Cu Cu Cu Di Pr Si Ra Ra Tu Da Bo Fr Bo Bo Ra Tu Bo Pr Mo Pa Pa Pa Pr Ad Pa Bo  Am ไหล่ ปวดหลัง เมื่อยตามร่างกาย ซึ่งเหล่าพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ยอมลุกไปไหน หรือนั่งทำงานในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าหากทำงานหนัก ก็เสี่ยงกับโรคนี้แน่ๆ

หากจะพูดถึงประเทศที่คนมีความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจังในการทำงาน คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะหลีกเลี่ยงจากอาการเหล่านี้ไม่ได้แน่ๆ แต่จะสังเกตได้ว่าคนญี่ปุ่นแม้จะทำงานอย่างหนัก แต่ก็มีอายุยืนยาว ก็เพราะมีวิธีรับมือและเยียวยาอาการเหล่านี้ให้บรรเทาลงได้ วันนี้เลยยกเอาวิธีการเยียวยาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีแบบคนญี่ปุ่นมาฝากกัน รับรองว่าใครๆ ก็ทำตามได้แน่นอน จะมีวิธีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. บำบัดความเมื่อยล้าด้วยออนเซน (Onsen)

การแช่น้ำแร่ออนเซน เป็นวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นสืบทอดกันมายาวนาน จนนับว่าเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันไปแล้ว ซึ่งการแช่ออนเซนไม่ได้แช่เพื่อความสบายตัวอย่างเดียวนะ จริงๆ แล้วการแช่ออนเซนนี่แหละ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ ได้และยังช่วยคลายความตึงเครียดจากการทำงานได้ดีเลยล่ะ  ไม่เพียงเท่านี้ยังทำให้ผิวพรรณของเราดูสวยเปล่งปลั่ง ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็อย่าลืมไปแช่ออนเซนผ่อนคลายความเมื่อยล้ากันด้วยนะ แต่จะว่าไปตอนนี้ที่ไทยก็มีบริการออนเซนแล้วด้วย หรือจะเป็นออนเซนไทยๆ อย่างบ่อน้ำพุร้อนที่มีอยู่หลายจังหวัดก็ไม่เลวนะ  

2. วิตามินบี1 ลดอาการออฟฟิศซินโดรม

นอกจากจะเยียวยาและบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ภายนอกแล้ว พนักงานออฟฟิศหลายคนยังเลือกที่จะกินวิตามินเสริม เพื่อบรรเทาอาการอ่อนล้าจากการทำงานและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงพร้อมสู้งานเสมอ ซึ่งอาจแตกต่างกับไทยนิดหน่อยตรงที่คนญี่ปุ่นนิยมกินวิตามินบีมากกว่าวิตามินซีซะอีก ก็เพราะคนญี่ปุ่นทำงานกันหนักก็เลยต้องเสริมด้วยวิตามินบีกันหน่อย อย่างอนุพันธ์วิตามินบี1 ที่มียอดขายอันดับ 1 คือ Alinamin Ex Plus ที่ตอนนี้ก็สามารถหาซื้อในไทยได้แล้วเช่นกัน วิตามินตัวนี้จะช่วยฟื้นฟูความเมื่อยล้าให้กับดวงตา และผ่อนคลายความปวดเมื่อย และที่สำคัญคือ สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าปกติ ใครที่กำลังเจอออฟฟิศซินโดรมคุกคาม ลองโดปอนุพันธ์วิตามินบี1 เป็นประจำ เท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาและโบกมือลาอาการออฟฟิศซินโดรมได้แล้ว

3. เครื่องนวดคลายปวดเมื่อย

อีกหนึ่งวิธีคลายความเมื่อยล้าของคนญี่ปุ่น คือ การนวดตัวด้วยเครื่องช่วยนวดบรรเทาความเมื่อยล้าซึ่งจะมีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย แล้วแต่ความชอบกันเลย โดยเฉพาะอาการออฟฟิศซินโดรม ลองใช้เครื่องนวดก็ดีเหมือนกันนะ สะดวก ใช้งานง่าย แถมยังสามารถพกติดตัวได้ทุกที่ ปวดเมื่อยเมื่อไหร่ก็จัดเลย เครื่องนวดช่วยได้นะเออ เห็นเครื่องนวดจิ๋วๆ แบบนี้แต่แจ๋วนะ จะบอกให้! สำหรับในไทย แม้จะมีรูปแบบน้อยหน่อย และส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเป็นแบบเครื่องนวดไฟฟ้า นิยมอัตโนมือมากกว่าแต่ก็ใช้ได้ดีไม่แพ้กันนะ

4. ยานวดหรือแผ่นแปะบรรเทาความเมื่อยล้า

มีเครื่องนวดไปแล้ว จะขาดยานวดได้ยังไง เพราะนี่เป็นวิธีแก้อาการออฟฟิศซินโดรมที่ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่ง เมื่อรู้สึกเมื่อยล้าจากการทำงาน Tr Bu Cu Cu Ma Ka Ip Fi Wu Cu Gh Cu Cu Cu Cu Ma Bo St Pa Em Fo Bo Th G 3 Fo Er Bo Ha Ip Ip Ba Na Na Ma Ip Ax Ra Al Un Am Ma Mi La คนญี่ปุ่นจะนิยมใช้ยานวดหรือแผ่นแปะลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แถมราคาไม่แพงด้วย ถ้ามีเวลาว่างหลังเลิกงานก็แวะซื้อยานวดซะหน่อย กลับบ้านมานวดเองเพลินๆ รับรองสบายตัว วิธีนี้หลายเสียงการันตีว่าใช้ได้ผลด้วยนะ

วิธีบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมของคนญี่ปุ่น เค้าเจ๋งใช่มั้ยล่ะ เราเองก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ นะ แถมไม่ต้องจ่ายแพงแบบคนญี่ปุ่นด้วย ต่อไปเหล่าพนักงานออฟฟิศทั้งหลายก็ไม่ต้องกังวลกับออฟฟิศซินโดรมแล้วล่ะ

13 วิธีรักตัวเองแบบมือโปร (แล้วความรักดีๆ จะพุ่งเข้ามาเอง)

ทุกคนต่างหวังอยากมีรักที่สวยงาม จนกลับลืมรักตัวเอง หันมาฝึกรักตัวเองให้เป็นเวลาไปรักคนอื่นจะได้รักเป็นด้วย ถ้าความรักคือการให้ การเสียสละ อยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข บางคนอาจจะแอบถียงในใจว่า นั่นมันเป็นคำนิยาม แต่ในความเป็นจริง ทุกคนต่างหวังอยากมีรักที่สวยงาม ต่างไขว่คว้า ดิ้นรนเพื่อครอบครอง รักเขามากกก แต่กลับลืมรักตัวเอง หันมาฝึกรักตัวเองให้เป็นเวลาไปรักคนอื่นจะได้รักเป็นด้วย

1. อยู่กับตัวเองให้ได้ และมีความสุขได้ด้วยตัวเอง คิดเสียว่าคนอื่นนั้นเป็นเพียงของขวัญที่ลิขิตฟ้ากำหนดมาให้

2. ให้เวลาแก่ตนเองบ้าง ปลีกเวลาออกจากสังคมเป็นครั้งคราว ใช้วันหยุดให้นิ่ง นั่งหรือนอนพักนิ่ง ๆ เพื่อให้สมองและร่างกายได้พักผ่อน หาเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือ ต่างประเทศ ดูหนัง ฟังเพลง ทำสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ

3. ยอมรับความแตกต่างทั้งด้านสรีระและความคิดของผู้อื่นที่คิดไม่ตรงกับเราว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เรามีดีของเรา เขาก็มีดีของเขา ถ้าเห็นใครมีอะไรดีกว่าเราก็ควรชื่นชมเขา ถ้าเห็นใครมีอะไรด้อยกว่าเราก็ควรเมตตาและอยากช่วยเหลือเขา

4. ลดความคาดหวัง ควรมองโลกอย่างที่เป็นจริง เพราะยิ่งคาดหวังจากอีกฝ่ายน้อยลง โอกาสที่เราจะสมหวังก็ยิ่งมากขึ้น โอกาสแห่งการเสียใจจะน้อยลง

5. ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี  Ju Sa Tu Tu Al Ta Ba Te Ma Ar Ka Mz Er Ma Ba Vi Ka Ni Ni To Su L Tu Tu Sa Pa Li So Te So So El Ja Di Dk Ze Lu Ju Te Hi Ji Ju J Ke It Al  ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ดูแลร่างกายให้สะอาดสะอ้านไม่มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว กินอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งล้วนจะทำให้จิตใจอารมณ์แจ่มใสเบิกบาน

6. ลดการทำงานให้น้อยลง หัดปฏิเสธงานบางอย่างอย่าคิดว่ามีแต่ตนเองเท่านั้นที่จะทำได้ คนอื่นเขาก็ทำได้ถ้าเปิดโอกาสให้เขาทำ

7. ให้รางวัลกับตัวเอง ซื้อของที่ตัวเองชอบและอยากได้เป็นระยะๆ

8. ไม่ทำร้ายจิตใจและร่างกายตัวเองอย่างเด็ดขาดไม่ทำให้ตัวเองต้องเป็นทุกข์ เมื่อเกิดทุกข์มองหาสาเหตุของปัญหาและหาทางออกให้กับปัญหานั้นด้วยสติ

9. ไม่เพียงแต่แสดงวาจาชื่นชมในสิ่งดีที่ผู้อื่นทำ แม้สิ่งดีๆ ที่ตัวเองได้ทำก็ล้วนเป็นเรื่องที่น่ายินดีเช่นเดียวกันดังนั้นจึงไม่ควรเก็บเอาไว้แต่ในใจการพูดชมตนเองก็นับว่าช่วยฟื้นฟูจิตใจตนเองได้ดีเช่นกัน

10. พยายามเข้าใจว่าการคิดต่างนั้นเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล เมื่อใครก็ตามทำตัวไม่ถูกใจ ไม่น่ารัก ไม่ได้ดังใจ เราก็สามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้น ปัญหาก็จะไม่เกิด

11. ในสังคมที่เราอยู่นั้นมีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกัน เราต้องรอบคอบไว้ใจและเข้าใจกัน ถ้าเห็นใครดีเราก็ไว้วางใจได้ ถ้าเห็นว่าคนไหนไม่ดี เราก็ระมัดระวัง

12. อย่าคิดว่าจะสามารถทำอะไรตามใจตัวได้แทบทุกเรื่อง อย่าเอาแต่ตัวเองจนลืมนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น ไม่หลงตัวเอง ว่าวิเศษเลิศเลอกว่าใคร ๆ ให้รู้จักดูอารมณ์คนอื่นด้วยจึงจะทำให้ผู้คนอยากอยู่ใกล้

13. ถ้าเราอกหักถูกแฟนทิ้งก็ให้คิดเสียว่าเขาจากไปก็ดีแล้วเราจะมีโอกาสได้เจอคนใหม่ที่ดีกว่าเขา แต่อย่างไรก็ตามเพื่อรักครั้งใหม่เราต้องกลับมาสำรวจและวิเคราะห์ตัวเองด้วยว่า It St Ma Ox Ca Ca Ca Mi Bi Wi Wi Be Ta Br Ja St Co El Mi To Al To Be Re El Te St Ma Ma Fr Fr No Sa Fr Co Ni Ca To St Sa Ra Mi Mi Bo รักที่ผิดพลาดนั้น เป็นความผิดของเราด้วยหรือไม่ เราเป็นคนเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ แสนงอนเห็นแก่ตัว หรือปล่อยเนื้อปล่อยตัวเกินไปหรือไม่

เคล็ดลับหน้าใสจากธรรมชาติ

อยากมีผิวหน้าขาวใสแบบธรรมชาติ ต้องทำยังไงบ้าง     อยากมีผิวหน้าที่ขาว กระจางใส ง่ายๆ เลยค่ะ สาวๆ ต้องรู้จักการดูแลตัวเอง จะใช้แต่ครีมบำรุงเพียงอย่าเดียวก็คงจะไม่พอค่ะ วันนี้ Sanook! Women มีเคล็ดไม่ลับฝึกวินัยให้ตัวเราเอง จะได้มีผิวหน้าที่กระจางใสมาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลยยย

1. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

        การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรจะทำให้ได้นะคะ เพราะในที่เรานอนหลับร่างกายของเราจะซ่อมแซมส่วนต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้นต้องนอนหลับให้เพียงพอนะสาวๆ

2. กินน้ำเยอะๆ

      น้ำกับร่างกายคนเราเป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ เราควรดื่มน้ำให้วันละ 8-10 แก้ว หรือมากกว่านั้น เพราะจะทำให้ผิวไม่แห้ง มีความชุ่มชื่นค่ะ

3. หลีกเลี่ยงอาหารทอด มัน (ใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ)

      ถ้าเป็นไปได้เลี่ยงได้ควรเลี่ยงค่ะ อาหารจำพวกของทอดของมัน เพราะจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง และไม่ดีต่อสุขภาพค่ะ

4. ออกกำลังกาย

      การออกกำลังกายก็สำคัญค่ะ  Al Ka Ma An La Sa Ju An Fe An Ju Ba Go La Ba La St Ca Ar He Vi Do Te Ox Mi Mi Ju To Ho Sa Fa Br Ac Ra Fo Mo Li Ra Al Li Li Ba Mi Ca Ka Go Go  ควรหาเวลาไปออกซักอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง 30 นาที หรือหาท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้าน จะได้มีผิวหน้าที่ดี แถมหุ่นดี สุขภาพดีอีกด้วยค่ะ

5. ล้างหน้าให้สะอาด

      ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เลยนะคะ การล้างหน้าให้สะอาดจะทำให้ไม่เกิดสิวอุดตันที่เกิดจากสิ่งสกปรกต่างๆ ดังนั้นแล้วละเลยไม่ได้เลยน้าาา

       เห็นไหมคะสาวๆ ถ้าอยากมีผิวหน้าที่ดีไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนมากมายเลยนะคะ เพียงแค่เรามีวินัยในตัวเอง ทำอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้หน้าใสไรสิว สุขภาพดี อยู่ไม่ไกลเกินค่ะ

     
นอนยังไงให้ถูกท่าแถมสุขภาพดี

การนอนหลับให้เต็มอิ่มว่าดีแล้ว แต่นอนแล้วต้องนอนให้ถูกท่า      สาวๆ ต้องเคยได้ยินกับประโยคที่ว่า คนเราควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพที่ดี ใช่ไหมละคะ แต่สาวๆ รู้ไหมว่านอกจากจะนอนหลับให้เพียงพอแล้ว ต้องนอนให้ถูกท่าด้วยนะ เพราะถ้านอนไม่ถูกท่าอาจจะทำให้ส่วนต่างๆ ในร่างกายเราเกิดปัญหา และที่สำคัญการนอนให้ถูกท่ายังสามารถช่วยลดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเวลาเรานอนหลับด้วยนะ
นอนหงาย
          การนอนหงายถือเป็นท่านอนที่สมบูรณ์แบบและดีที่สุดค่ะ เพราะการนอนหงายนั้นจะช่วยลดอาการกรดไหลย้อน ป้องกันการปวดหลัง คออยู่ในระนาบที่เหมาะสม และที่สำคัญอีกหนึ่งสิ่งคือ ไม่ทำให้ใบหน้าเกิดรอยเหี่ยวย่นค่ะ

นอนตะแคง
          การนอนตะแคงนั้นถ้านอนให้ถูกหลักก็ถือเป็นท่านอนที่ดีพอสมควรค่ะ เพราะท่านอนตะแคงก็สามารถลดอาการกรดไหลย้อนได้เช่นกัน Go Go Sk A Ol Ol Go Ca Ma Ro Ro St Ba Sh No Vi Ca No Pr Le Oa Ar No To Lo Ma Ma Al Lo Ja Ol Po Bu Mi Br So Pm Vo Vo St Bu Pa Gi และช่วยลดอาการนอนกรน ดีต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ แต่! อย่านอนเอาใบหน้าไปซุกที่หมอนเต็มๆ นะคะ เพราะอาจจะทำให้หน้าเกิดรอยย่นได้

นอนขดตัว
            การนอนขดตัวเป็นท่านอนที่ไม่ดีเท่าไรค่ะสาวๆ เพราะการนอนขดตัวนั้นจะทำให้เราปวดข้อ ปวดกระดูก หายใจไม่สะดวก แถมหน้าเกิดรอยเหี่ยวย่นอีกด้วยค่ะ

นอนคว่ำ
          การนอนคว่ำเป็นท่าที่ไม่ควรนอนเป็นอย่างมากค่ะ เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังไม่ตรง ปวดตามกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ดังนั้นแล้วต้องหลีกเลี่ยงนะคะสาวๆ

อยากสวยหุ่นดี-แต่ดันหิวตอนดึกทำยังไงดี

ตั้งใจไว้แล้วว่าจะดูแลสุขภาพร่างกาย ให้หุ่นฟิต กระชับ แต่ดันมาหิวกลางดึกกินอะไรแทนได้บ้างนะ!      ความตั้งใจของสาวๆ ที่อยากมีหุ่นที่ดีนั้น ต้องมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย แต่! มันติดอยู่ตรงที่ว่า กลางวันก็กินตามหลักแล้วนะ ออกกำลังกายแบบได้สุขภาพ แล้วทำไมตกดึกแล้วหิวแบบนี้นะ! (ความตั้งใจที่ฉันทำมาจะเสียเปล่าไหมอ่ะ) อย่าเพิ่งโทษตัวเองกันค่ะสาวๆ ถ้าหิวนักก็จัดไป วันนี้ Sanook! Women มีอาหารที่สามารถกินได้ในช่วงเวลาดึกและดีต่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ

โยเกิร์ตไขมันต่ำ

         การทานโยเกิร์ตในช่วงเวลาที่หิวซักหนึ่งถ้วย ก็สามารถทำให้เรารู้สึกอิ่ม อยู่ท้อง แต่ต้องเลือกทานเป็นไขมันต่ำ ไม่ปรุงแต่งรสจนเกินไป ไม่อย่างนั้นแล้วละก็ น้ำตาลมาเต็มค่ะ

ผลไม้

           ผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น ส้ม แอปเปิ้ล ฝรั่ง ฯลฯ เราสามารถรับประทานได้ในช่วงเวลาที่หิวตอนดึกๆ นะคะ เพราะผลไม้เหล่านี้แคลอรี่ต่ำ และทำให้อิ่มท้องอีกด้วยค่ะ

นมไขมันต่ำ

         การเลือกทานนมอุ่นๆ ก่อนนอนซักหนึ่งแก้ว ก็เป็นหนึ่งทางเลือกที่ดีและมีประโยชน์ค่ะ เลือกทานนมที่ไขมันต่ำ แต่เคยได้ยินมานะคะว่า กินนมอุ่นๆ ก่อนนอนจะทำให้นอนหลับสบายขึ้นด้วย ^^

น้ำเปล่า

        อีกหนึ่งสิ่งที่หาทานได้ง่ายๆ มากๆ เพราะใกล้ตัวเราสุดๆ นั้นก็คือน้ำเปล่าค่ะ การทานน้ำเปล่าจะช่วยลดอาการหิวได้ด้วย Ij To Ma Bu Vi Di To Ro Ja Me Ra To Po Ca Ei L Ke Ts Al Hi Fr Po Th Lo Wi Ad Ke Em Ga Cu Ka Gr Ke Gr El Ka Ha He Mi Ka To Ko Pa Da Da Da  แถมการดื่มน้ำก่อนนอนจะช่วยให้ร่างกายในตอนที่หลับนั้น ไม่ขาดน้ำมากเกินไปค่ะ ตื่นเช้ามาร่างกายกระปรี้กระเปร่า ผิวพรรณสดใสอีกด้วยค่ะ

   
6 เทคนิคแปลกๆ ถ้ารู้แบบนี้ ก็ไม่ต้องอ้วนแล้ว

ใครที่กำลังอยากลดน้ำหนัก ลองใช้วิธีเหล่านี้ช่วยอีกทาง เผื่อจะเห็นผลเร็วขึ้นนะคะ เชื่อมั้ย…6 เทคนิคเหล่านี้ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไม่น่าเชื่อ OMG! ใครที่กำลังอยากลดน้ำหนัก ลองใช้วิธีเหล่านี้ช่วยอีกทาง เผื่อจะเห็นผลเร็วขึ้นนะคะ

กินอาหารเช้าพร้อมขนมหวาน ช่วยลดน้ำหนักได้
งานนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะมีผลวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ออกมาบอกให้กระชุ่มกระชวยหัวใจว่า การกินอาหารเช้าควบคู่กับขนมหวานช่วยลดน้ำหนักได้ โดยทดสอบติดตามพฤติกรรมผู้เข้าร่วมทดลอง 2 คน พบว่า  คนที่กินขนมหวานในตอนเช้ามีน้ำหนักน้อยกว่าคนที่กินในช่วงเวลาอื่น

ไม่ว่าจะกินอะไร ให้ใช้จาน
วารสารทางวิชาการด้านอาหาร ชื่อว่า “The Journal Appetite” บอกไว้ว่า คนที่ยืนกินอาหารประมาณ 10 นาที จะรู้สึกว่าตัวเองกินอาหารเข้าไปเพียงเล็กน้อย และพร้อมจะหิวใหม่ได้ในเวลาไม่นาน แต่ในทางกลับกันเมื่อนำอาหารปริมาณเท่าเดิม ไปใส่จานและนั่งกินเป็นเวลา 30 นาที ผลปรากฏว่า ผู้ที่นั่งกินจะนับว่าอาหารที่ได้กินไปนั้น คือ อาหาร 1 มื้อ การนำอาหารเทใส่จาน จะช่วยส่งผลด้านจิตวิทยาให้รู้สึกว่า ได้รับประทานทานอาหารไปจำนวนมากแล้ว มื้อต่อไปลดจำนวนหน่อยก็ได้ รู้แบบนี้แล้ว ลองเปลี่ยนมาใช้จานดูนะ เริ่มจากนำขนมที่กินเป็นถุงๆ ลองนำมาใส่จานดู อาจทำให้กินน้อยลงก็ได้นะ

หลอกตัวเองว่า “ผอม”
การคิดเองเออเอง ในทางหลักจิตวิทยา ถือว่าได้ผล เพราะคนเราเมื่อรู้สึกว่าตัวเองอ้วนเมื่อไหร่ จะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้อ้วนออกมา ดังนั้นห้ามคิดว่าตัวเองอ้วนเด็ดขาด คิดเอาไว้ว่าเราผอม ผอม และ ผอม

งดใช้เครดิตการ์ด
ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์แนล นิวยอร์ก ออกมาระบุว่า คนที่จ่ายค่าอาหารด้วยเงินสด จะซื้ออาหารเพื่อสุขภาพได้มากกว่าคนที่จ่ายค่าอาหารด้วยการรูดบัตรเครดิต ด้วยความที่ต้องควักเงินจ่าย มักจะคิดตั้งสติก่อนว่าเราจะซื้ออะไรบ้าง แล้วสิ่งที่ซื้อนั้นมีคุณค่าของสารอาหารมากเพียงใด

กินเงียบๆ
เมื่อเราได้ยินเสียงดังรอบตัว มีความเสี่ยงให้คุณกินอาหารเร็วขึ้น ทำให้กว่าจะรู้ตัวก็กินอาหารเข้าไปมากมายแล้ว แต่การกินช้าๆ So Ba La Bp Vi Br Ma Ba Ma Mi Cu Cu Cu Ja Da Ra Ma Mi Bi St Ji Al Di Da Da Os Da In Cr He Es Ka Jo Lo Lo Na Ho An To Tr 19 Ze Ma Ax ฟังเพลงคลอตามไปด้วยก็ไม่ใช่ว่าดี เพราะอาจทำให้เราเอ้อระเหยอยู่กับโต๊ะอาหารนานขึ้น กินเยอะขึ้นอีก ลองกินในที่เงียบๆ ดู จะทำให้เรารู้สึกว่ารสชาติไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้ความอยากกินอาหารน้อยลง

กินอาหารก่อนบ่าย 2
ในช่วงบ่ายเป็นเวลาที่ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้ดี เมื่อไหร่ที่เรากินก่อนบ่าย 2 จะเปลี่ยนเป็นไขมันได้ยาก แต่ระวังไว้หน่อย อย่ากินให้มากเกินไปจนร่างกายย่อยไม่ทันก็แล้วกันนะ

เคล็ดลับลดหน้าท้องง่ายๆ ให้ฟิต กระชับต้องลองๆ

ความฝันของผู้หญิงในยุคนี้คือการมีหุ่นที่ดี ได้รูป มาดูเทคนิคลดหน้าท้องแบบง่ายๆ กัน      เชื่อได้ว่าในยุคนี้การมีหุ่นที่ดีย่อมเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายๆ คนใฝ่ฝันอย่างแน่นอนค่ะ ใจจริงๆ ก็อยากมีหุ่นดีนะ แต่ก็ดันไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย! วันนี้ Sanook! Women มีเคล็ดลับง่ายๆ ในการฟิตหน้าท้องให้กระชับ มาฝากกันไปดูกันเลย

ดื่มน้ำบ่อยๆ

        การดื่มน้ำนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับร่างกายของเรามากๆ ค่ะ ดังนั้นแล้วระหว่างวันเราควรจะจิบน้ำอยู่เสมอๆ โดยรวมแล้วควรดื่มให้ได้วันละ 8-10 แก้วต่อวัน ยิ่งตอนตื่นนอนตอนเช้านั้น ดื่มไปเลยค่ะสาวๆ 1 แก้ว ร่างกายจะสดชื่น ผิวชุ่มชื่น ไม่ขาดน้ำค่ะ

ดื่มชาเขียวร้อน

       สาวๆ ต้องเคยได้ยินกันอยู่แล้วใช่ไหมคะ ว่าชาเขียวนั้น จริงๆ แล้วมีคุณประโยชน์มากมายเลยค่ะ หนึ่งในนั้นคือชาเขียวสามารถช่วยลดหน้าท้องได้ ลดน้ำหนักได้ เพราะในชาเขียวจะมีสารคาเทชีน ที่มีหน้าที่ช่วยเผาผลาญไขมัน แต่อย่าเผลอไปทานใส่นมเชียวละ

เลือกทานอาหารคลีน

       เรื่องของอาหารคลีนในปัจจุบันนั้นมีสาวๆ หันมาให้ความสนใจเยอะขึ้นค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยให้เราได้ดูแลสุขภาพร่างกายเราได้มากขึ้นแล้ว We Bi Fo W Mz W Ja Fo Ro Cu Or Ch Po Ka Ra Ni Wi Re Da Si Ni Pa Ca Mo An Fo Ho Ju Mz Jo Ka Ka La In Vi Mo Li Vi Vi Vi St Al Cr Ha Ho Fr  ยังถือเป็นกิจกรรมการเลือกซื้อเลือกทานของเราอีกด้วยนะสาวๆ

หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดและมัน

       กล้วยทอดบ้าง ปาท่องโก๋ หรืออาหารที่ใช้การทอด หรือการใช้น้ำมันเดิมทอดซ้ำๆ หลีกเลี่ยงได้ต้องทำนะคะสาวๆ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายเราแล้ว ยังทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งด้วยนะ!

ทานผักใบเขียวเยอะๆ

       การเลือกทานผัก ผลไม้ในแต่ละมื้อของอาหารนั้น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ ยิ่งการเลือกทานผักด้วยแล้วนั้น ประโยชน์มากมายเลยละค่ะสาวๆ

ทานอาหารที่มีไฟเบอร์

       ไฟเบอร์ถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับสาวๆ ที่ดูแลสุขภาพค่ะ ไฟเบอร์ในอาหารก็คืออาหารที่มีกากค่ะ และยังช่วยทำให้การทำงานของลำไส้เป็นปกติ  Si Fr Ma Vo Sk Da Mi Ha Tu Co St Co Sp Ke Ke Ke To To Tr La Tr He Sa Ge Ec Ha Ka Ka Mo La Ar So Ka Ar Ij Al Ka Bu Ha Di Dk Fr Ni Za ไฟเบอร์นั้นหาได้จากธัญพืช ผักและผลไม้ ถั่วต่างๆ ค่ะ

เห็นไหมคะสาวๆ วิธีเหล่านี้ทำได้ไม่ยากเลยนะคะ มีใบหน้าที่สวยแล้ว หุ่นก็ต้องดีด้วยนะ จะได้ สวย ครบ จบเป๊ะเลยค่าา !

10 จุดอันตรายเชื้อโรคร้ายในบ้านที่คุณคาดไม่ถึง

• คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์
• ของเด็กเล่น
• รีโมทคอนโทรล
• โทรศัพท์บ้าน
• อ่างล้างจาน
• ก็อกน้ำ วาล์ว*
• ลูกบิดประตู*
• ราวบันได
• ที่จับไมโครเวฟ*
• โต๊ะกินข้าว

*ห้ามใช้ไฮเตอร์เช็ดพื้นผิววัสดุที่มีส่วนผสมขอโลหะหรือสแตนเลสที่ขึ้นสนิม

เคล็ดลับทำให้ผิวใต้วงแขนขาว ด้วยของใช้ในบ้าน

ไม่มั่นใจกับผิวใต้วงแขน วันนี้เรามีวิธีที่ง่ายแสนง่าย ที่สำคัญประหยัดเงินในกระเป๋าสุดๆ    คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม เวลาที่หยิบเสื้อสายเดี่ยว แขนกุด เกาะอก ออกมาจากตู้เสื้อผ้าลองแล้วสวยดี แต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจถอดเก็บ แล้วเปลี่ยนไปใส่เสื้อมีแขนออกจากบ้านแทน เพราะไม่มั่นใจกับผิวใต้วงแขน วันนี้เรามีวิธีที่ง่ายแสนง่าย ที่สำคัญประหยัดเงินในกระเป๋าสุดๆ ด้วยการนำของใช้ที่หาได้ในบ้านมาปฏิวัติความขาวให้ผิวใต้วงแขน เพื่อความมั่นใจของสาวๆ ค่ะ   

ขาวด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน 

     
       วิธีนี้ออกจะโบราณไปสักหน่อย แต่ได้ผลดีไม่แพ้วิธีแรกค่ะ โดยเราจะใช้ สารส้มและมะนาว ในยุคนี้สารส้มเขามีการปรับปรุงรูปแบบใหม่ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยทำเป็นแบบแท่งสำเร็จรูปเหมือนโรลออน เปิดฝาปุ๊บ ถูได้ปั๊บ หาซื้อก็ง่ายตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปค่ะ ขั้นตอนก็ง่ายๆ ดังนี้ ให้นำสารส้มแบบแท่งไปถูๆ St To Ma Ra Sc Ka Ox Or Hu Te Ni Ni Do Ra Na Di Bu Fe Na Ki Is An Ip Ip An Ip Al Em To Or Re Ka Bo Sa Sa Sp Ke Ka Le Pe He Ca  กับมะนาวสดผ่าซีก แล้วเอามาทาใต้รักแร้ทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาทีแล้วล้างออก อย่าเกินนี้นะคะ เพราะกรดของมะนาวจะทำให้ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดลอกออกได้ง่าย แต่ถ้าทิ้งไว้นานกรดที่ว่าอาจจะทำให้ใต้วงแขนแสบและอักเสบเป็นผื่นแดงได้ วิธีนี้ไม่ควรทำเกินสัปดาห์ละสองครั้งนะคะ       

         สองวิธีง่ายๆ ที่สามารถจบปัญหา รักแร้ดูแลไม่ได้ ให้หมดไป ยังไงลองไปทำกันดูนะคะ นอกจากนี้สาวๆ ควรดูแลผิวใต้วงแขนให้สม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความมั่นใจสุดๆ เวลาใส่ชุดสวย เท่านี้คุณก็ไม่ตกเทรนด์สายเดี่ยว  แขนกุดสุดชิคอีกต่อไป 

   
แก้ปัญหาดวงตาบวม ใต้ตาคล้ำ


จะปาร์ตี้ดึก ดูซีรี่ย์ คุยโทรศัพท์เพลินจนนอนดึก หรือว่าทำงานยันรุ่งสางเพื่อให้ส่งทันเดดไลน์ ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนนำมาซึ่งดวงตาที่ดูเหนื่อยล้า    ถ้าเกิดคุณมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาคล้ำๆ หรืออาการบวมจากสาเหตุการนอนดึก ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจาก ปาร์ตี้ดึก ซีรี่ย์รวดเดียวจบ คุยโทรศัพท์เพลินจนนอนดึก หรือว่าทำงานยันรุ่งสางเพื่อให้ส่งทันเดดไลน์ ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนนำมาซึ่งดวงตาที่ดูเหนื่อยล้า

1. มาส์กเย็น ๆ ใต้ตา นำมาส์กชนิดอายเจลไปแช่ตู่เย็น จากนั้นหลังอาบน้ำเสร็จก็เอามาแปะที่ดวงตา นอนพักเล่น ๆ ไปสัก 5-10 นาที ความเย็นจากมาส์กจะช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ลดอาการบวมของดวงตาได้ และทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย

2. อายครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเค และ คาเฟอีน คาเฟอีนและวิตามินเคในอายครีมจะช่วยให้หลอดเลือดที่บริเวณรอบดวงตาแข็งแรงขึ้น และช่วยบรรเทาอาการบวมได้ด้วย

3. เพิ่มความชุ่มชื้น บางครั้งที่ใต้ตาดูดำคล้ำก็เพราะผิวส่วนนั้นขาดน้ำ เมื่อขาดความชุ่มชื้นผิวจึงดูหมองนั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงควรใช้อายครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตาเป็นประจำก่อน นอนทุกคืนนะคะ

4. ใช้อินเนอร์อายไลน์เนอร์สีเบจ วันไหนที่ดวงตาดูเหนื่อยและโทรมมาก ๆ ให้ใช้อินเนอร์อายไลน์เนอร์สีเบจเขียนขอบตาด้านใน Di Sp Sp Ke Ja Te Co Mi No Lo Lo Mi An Ni Ob Bo Co Da Te Bi Di Br Jo Br Ca Ec Ik Jo St St Co An An Bi Ro Ge Pa He St Ar Ma Pr Il Pa Pa An Er Je สีอ่อน ๆ ที่เป็นธรรมชาตินี้จะช่วยให้ดวงตาของคุณดูตื่น โต และสดใสมากขึ้นค่ะ วันไหนที่ดวงตาดูโทรมและเหนื่อยล้า ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ แล้วก็ปิดท้ายวันด้วยการนอนไว ๆ หลับให้เต็มตื่นดูสักคืน เพื่อรุ่งเช้าจะได้ตื่นมามีดวงตาที่สดใสอย่างแท้จริง

5 เช็คลิสต์ ที่บอกว่าคุณ…ไม่มั่นหน้ากับการเซลฟี่

ดูแลผิวอย่างไรให้สิวอักเสบหายเร็วโดยไม่ต้องบีบ! มันกลายเป็นเรื่องเศร้าสำหรับสาวๆ

พิชิต 'สิวอักเสบ' เร็วทันใจ ไม่ต้องบีบ ด้วย SOD

ดูแลผิวอย่างไรให้สิวอักเสบหายเร็วโดยไม่ต้องบีบ! มันกลายเป็นเรื่องเศร้าสำหรับสาวๆ ที่ต้องไปออกเดทสำคัญกับหนุ่มในฝันในไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้วดันเป็นสิว อยากให้สิวหายเร็วต้องดูแลอย่างไร?

เราเชื่อว่าปัญหาสิวเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายและอับอายไม่เฉพาะกับสาวๆ แต่กับหนุ่มๆ ทุกคนก็เช่นกัน นอกจากเหตุผลด้านฮอร์โมนเพศแล้ว ความเครียด การนอนดึก ความสกปรก และการดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผิดฝาผิดฝั่ง ล้วนก่อให้เกิดสิวให้กับทุกเพศทุกวัย เพราะฉะนั้นหากไม่รักษาอย่างถูกต้อง ปัญหาสิวก็จะไม่มีวันดีขึ้นได้ วันนี้ทีมงานเลยได้รวบรวมวิธีแก้ปัญหาสิวที่คุณ ‘ไม่ควรทำ’ เพราะอาจมีผลเสียมากกว่าดี รวมไปถึงวิธีพิชิต 'สิวอักเสบ' เม็ดใหญ่ ให้หายเร็วทันใจได้โดยไม่ต้องบีบ หรือใช้ยาแต้มสิวให้วุ่นวาย ด้วยสารอาหารตัวใหม่ล่าสุดสูตรลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นอย่าง Superoxide Dismutase, SOD (เอสโอดี) มาให้คนอยากสิวอักเสบหายเร็วได้ทดลองกัน

ครีมทารักษาสิวชนิดผลัดเซลล์

ครีมในกลุ่ม Vitamin A, AHA, BHA, Retinoic Acid และอื่นๆ ล้วนใช้กลไกการลอกผิวชั้นนอกออกทั้งสิ้น แม้จะเห็นผลค่อนข้างดีในระยะเริ่มต้น แต่ข้อเสียคือจะทำให้ผิวบางลงเรื่อยๆ กลายเป็นที่บอบบางแพ้ง่ายและไวต่อแดด จนกลายเป็นคนผิวคล้ำเสียง่าย เกิดฝ้า กระ ใช้ครีมอะไรก็แพ้

ยาทารักษาสิวกลุ่ม Steroids

มักถูกเลือกใช้โดยแพทย์ผิวหนัง เพราะช่วยให้สิวอักเสบหายเร็วทันใจ แต่สิ่งที่หมอบางท่านอาจไม่ได้บอกก็คือยา Steriods มีผลข้างเคียงอันน่าสะพรึงกลัว หากใช้เกิน 5-7 วัน จะทำให้เกิดรอยดำ และการใช้เป็นประจำจะทำให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้น ที่เรียกกันว่าสิว Steriods ซึ่งอาจใช้ระยะเวลาในการรักษานานนับปี

ยากลุ่มอนุพันธ์กรดวิตามินเอ

ยากลุ่ม Isotretinoin เป็นยาเคมีที่แพทย์ผิวหนังนิยมจ่ายเพื่อแก้สิว ทานแล้วจะไปกดต่อมไขมันให้ทำงานลดลง จึงมีผลทำให้ผิวมันน้อยลง ลดการสิว Ni Al Cr Un L Bo To Er Go Go Go Gi Di Ga Ga Ga L Ga Ga Ga Ga Ra Ga Er Ga Ga Ga Lu Ni Ni Ka Gu Fo Mi Sk Da Mi Ka Ca Pe Ma To Lo Wi แต่อาจมีผลข้างเคียงมากมาย ทำให้เกิดอาการผิวแห้งกร้าน ปากแห้ง ผมแห้ง และผมร่วงตามมา รวมทั้งยังมีผลต่อตับในระดับที่ควรระวัง ไม่ควรทานต่อเนื่องนานหลายเดือน ทั้งยังมีผลรุนแรงมากต่อเด็กอ่อนในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์

อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ Zinc

ด้วยกลไกในการลด Sebum ทำให้แร่ธาตุสังกะสีถูกนำมาใช้ช่วยในการรักษาสิวอย่างแพร่หลาย แต่คุณเคยสังเกตุไหมว่าแม้ Zinc จะช่วยลดการเกิดสิวและช่วยให้สิวแห้งเร็วได้จริง แต่ผลเสียคือมันมีผลทำให้เกิดรอยดำจากสิวได้อย่างน่ากลัว

สารอาหาร SOD (เอสโอดี) ทางเลือกใหม่ช่วยให้สิวอักเสบหายเร็ว

SOD ย่อมาจาก Superoxide Dismutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ แต่จะผลิตได้มากน้อยแตกต่างกันตามพันธุกรรม จากการศึกษาพบผลวิจัยกว่า 116 ฉบับที่บ่งชี้ว่าการเสริมอาหารด้วย SOD (เอสโอดี) สามารถช่วยให้สิวอักเสบเม็ดโตยุบได้เร็วได้กว่าปกติ โดยไม่ต้องอาศัยการบีบกดสิว และไม่ต้องอาศัยการใช้ยาแต้มสิวเลยทีเดียว โดยมีกลไกที่ช่วยลดอาการอักเสบ (Anti-inflamation) ได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับการใช้ยา แต่ปลอดภัยกว่า เพราะเป็นสารสกัดจากผลไม้ สามารถใช้ต่อเนื่องได้โดยไม่สะสม และไม่ทำให้ตับและไตทำงานหนัก ที่สำคัญคือ SOD (เอสโอดี) ยังมีฤทธิ์ในการช่วยสมานแผล (Wound Healing) ทำให้แผลที่เกิดจากสิวอักเสบหายเร็ว ที่สำคัญคือพอสิวหายแล้วไม่เกิดเป็นรอยดำ รอยแผลเป็น หรือกลายเป็นหลุมสิวเหลือไว้คอยทิ่มแทงใจ

ในขณะที่รอยดำและรอยแผลเป็นที่มีอยู่เดิมก็สามารถจางลงได้ชนิดไม่ต้องอาศัยการใช้เลเซอร์เลยทีเดียว จนแพทย์ผิวหนังในญี่ปุ่นเริ่มหันมาให้ความสนใจ และเลือกใช้วิธีการเสริมอาหาร SOD (เอสโอดี) ให้กับคนไข้ที่เป็นสิวแทนการใช้ยาที่มีผลข้างเคียงสูง และไม่เห็นผลครอบคลุมหลายปัญหาผิวได้แบบ SOD (เอสโอดี) เพราะนอกจากจะช่วยให้ 'สิวอักเสบ' หายเร็วแล้ว SOD ยังมีสรรพคุณในการช่วยแก้ปัญหาสิวอุดตัน สิวหัวดำ รูขุมขนกว้าง และปัญหาหน้ามันเกินควบคุมได้อีกด้วย โดยมีกลไกที่ช่วยคืนสมดุลให้กับผิว ช่วยให้รูขุมขนกระชับเล็กลง มีน้ำมันออกมาสู่ผิวชั้นนอกน้อยลง ทำให้อัตราการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบลดลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

หลังจากได้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสารอาหาร SOD แล้ว เราไม่รีรอที่จะออกสำรวจตลาดเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในเมืองไทยมีอาหารเสริมดังกล่าวจำหน่ายแล้วหรือยัง โดยมุ่งตรงไปที่ร้านขายยาชื่อดังในห้างอย่าง Boots สอบถามทางเภสัชก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่มีอาหารเสริมกลุ่ม SOD จำหน่าย แม้จะแอบผิดหวังแต่ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ เราตัดสินใจมุ่งหน้าต่อไปยังร้านวัตสันในห้างเดียวกัน เข้าไปสอบถามจากเภสัชร้านวัตสัน ก็ได้รับคำตอบว่าอาหารเสริมกลุ่ม SOD ที่มีจำหน่ายในร้านมีอยู่เพียงแบรนด์เดียวชื่อ Nutriva ซึ่งเป็นสูตรลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง จนมีปัญหาสินค้าขาดตลาดอยู่บ่อยๆ แม้จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ได้ทานแล้วจะประทับใจ เพราะเห็นผลชัดเจนกว่าอาหารเสริมชนิดอื่นๆ และครอบคลุมได้หลายปัญหาผิว  Ka Be Et Se Go Te Da Ma Mi Ra Pa Rh Cu Cu Br Br Da Da El Vi Vi Vi Ga Re Ga Ga Ga Ga Ga Ga Ga Pr Re Ve Wo Wo Ma Ka Ga Ra Ra Wi Ro Ei Tc Po  ไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมพร้อมกันหลายๆ ตัว โดยนอกจากจะเป็นที่นิยมในกลุ่มดาราและสาวออฟฟิสที่ต้องการให้หน้าใสแลดูอ่อนกว่าวัยแล้ว ยังเห็นผลดีกับผู้ที่มีปัญหาสิวอีกด้วย เมื่อก่อนเภสัชไม่มีทางเลือกมากนัก หากไม่ใช้ยาเคมีชนิดแต้ม ก็จะแนะนำให้ลูกค้าทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุสังกะสี (Zinc)

เพื่อช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น แต่มีผลเสียคือพอสิวแห้งแล้วมักเกิดเป็นรอยดำ แต่พอทดลองแนะนำให้ทาน SOD พบว่าลูกค้ากลุ่มสิวอักเสบทานแล้วบอกว่าสิวยุบเร็วมาก ไม่ค่อยอักเสบบวมแดงเหมือนปกติ และพอสิวยุบก็ไม่เป็นรอยดำหรือรอยแผลเป็น ที่สำคัญทานแล้วลูกค้าบอกว่าหน้ามันน้อยลง รูขุมขนกระชับขึ้น ทำให้สิวอุดตันและสิวอักเสบลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ฮอร์โมนสร้างสุข วัคซีนของครอบครัว

ความสุข เป็นสิ่งที่คนทุกเพศทุกวัยต้องการและทุกคนสามารถสร้างสุขให้แก่ตัวเองได้ ทว่าภาวะสังคมมีการเปลี่ยนแปลงแข่งขัน ความวุ่นวายมากมาย ทำให้หลายคนเกิดการสะสมความทุกข์ ความเครียดมากกว่าความสุข กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดงาน สัปดาห์สร้างสุขภาพจิตแห่งชาติ ประจำปี2556 ฮอร์โมนความสุข สร้างได้ทุกวัย ระหว่างวันที่ 1-7 พฤศจิกายน ของทุกปี ตามมติคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2532

ปัจจุบันคนไทยมีภาวะความเครียดที่เพิ่มขึ้น นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าไม่ใช่เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้นที่เครียด แต่เด็กและเยาวชนก็มีภาวะความเครียดเพิ่มขึ้น ยิ่งเด็กในเมืองต้องแข่งขันกับเวลา การเรียน รวมถึงความไม่เข้าใจระหว่างพ่อแม่ และลูก ล้วนเป็นสาเหตุก่อเกิดความเครียดขึ้น

จึงอยากให้พ่อแม่ช่วยกันสร้างฮอร์โมนความสุขให้แก่ลูกแก่ครอบครัว ผ่าน 5 วิธี สร้างความสุข ได้แก่ 1.ออกกำลังกายร่วมกันสม่ำเสมอ ช่วยให้สารแห่งความสุขในร่างกายหลั่งออกมาทำให้มีความสุข สดชื่น 2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 3.ร่วมกันทำกิจกรรมท่ามกลางแสงแดด อย่างน้อย 20 นาที ในตอนเช้า หรือตอนเย็น จะช่วยให้กระปรี้กระเปร่า นอนหลับเต็มอิ่ม 4.นวดตัว เป็นพลังการสัมผัส คลายเส้นที่ตึงจากความเครียด และกระตุ้นให้เลือดไหลเวียน สุดท้าย 5. ลดเครียด จัดการอารมณ์จากความกังวล ความโกรธ ความกลัว นอกจากนั้น พ่อแม่และลูกหากิจกรรมร่วมกัน เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ไปเที่ยวต่างจังหวัด เพื่อสร้างความใกล้ชิดความเข้าใจระหว่างกัน

ครอบครัว เป็นหน่วยย่อยหนึ่งของสังคม แต่เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการพัฒนาศักยภาพของคนคนหนึ่ง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า พ่อแม่มักจะเลี้ยงลูกตามประสบการณ์ของตัวเองที่ถูกเลี้ยงมาเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว ซึ่งการเลี้ยงแบบนั้น

ไม่สามารถเอามาใช้เลี้ยงเด็กยุคใหม่ตอนนี้ได้ทั้งหมด แต่ต้องนำมาปรับใช้ เพราะตอนนี้เด็กสามารถเข้าถึงประสบการณ์ใหม่มากมายที่แตกต่างจากพ่อแม่ ผู้ใหญ่ต้องพยายามเข้าใจ เข้าถึงเด็กให้ได้โดยที่ไม่ได้เป็นการกดดัน หรือเอาความอยากของพ่อแม่ไปใส่กับลูก

การดูหนังกับลูก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยให้พ่อแม่ลูกได้เข้าใจกันมากขึ้น อย่าง เรื่องฮอร์โมนวัยว้าวุ่น พ่อแม่หลายคนอาจมองว่าเป็นการชี้โพรงให้แก่ลูก แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าจริงๆ เรื่องเหล่านั้นเด็กรู้อยู่แล้ว แถมพวกเขาบางคนอาจเป็นอย่างนั้น ตอนนี้คุณแม่วัยใส ไม่ใช่เด็กที่เหมือนสไปรท์ในฮอร์โมน แต่เป็นเหมือนดาว เด็กใสๆ ที่เรียบร้อย ตั้งใจเรียน นั่งหน้าห้องกลับเป็นคุณแม่วัยใส เพราะเด็กกลุ่มนี้ไม่มีใครคอยแนะนำการดูแลตัวเอง หลอกง่าย พอพลาดก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น ผมอยากให้พ่อแม่เปิดใจให้กว้าง ยอมรับ พูดคุยกับลูกในทุกเรื่องโดยไม่ได้ติ ตั้งคำถามปลายเปิดให้ลูกได้คิด ได้ใช้ความคิด และเวลาดูหนัง หรือทำกิจกรรมกับลูก ผู้ปกครองต้องดูใส่ความรู้ไปพร้อมกับสิ่งที่ลูกกำลังดู แต่ต้องใส่หลังจากที่ดูหนัง หรือทำกิจกรรมเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งไปขัด หรือใช้คำพูดตำหนิลูกทันที ควรรับฟังอย่างเข้าใจ

ฮอร์โมนความสุข สร้างได้ทุกวัย นายเกรียงไกร วชิรธรรมพร ผู้กำกับซีรีส์เรื่อง ฮอร์โมน..วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 กล่าวถึงมุมมองการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของเด็กวัยรุ่น ว่าเด็กวัยรุ่นตอนนี้เขามีความคิด มีความรู้สึก และบางคนอาจมีจุดยืน มุมมองของตัวเอง การนำเสนอเรื่องราวของพวกเขาก็เพื่อให้พ่อแม่ได้มีโอกาสรู้จักเด็ก ลูกวัยรุ่นมากขึ้น เพราะทุกตอนของเรื่อง ทุกตัวละคร จะพาย้อนกลับไปดูที่บ้านของตัวละคร ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เด็กคนหนึ่งถึงได้เป็นแบบนี้ ทำให้ดูว่าถ้าครอบครัวเป็นแบบนี้ เด็กก็อาจจะเป็นแบบนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทยจริงๆ

ดังนั้น การทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพ่อแม่ ลูก อย่างการดูหนังดูละคร หรือทำกิจกรรมอื่นๆ อยากให้เอาสิ่งเหล่านี้มาชี้ให้เด็กได้ดูว่า พวกเขาอยากเป็นแบบไหน และทุกครอบครัวอย่าพึ่งเพียงสร้างความสุขจากเงินทอง หรือรอคอยความสุขที่คนอื่นจะสร้างให้ เพราะไม่มีใครจะเข้าใจและช่วยแก้ปัญหา สร้างความสุขได้ดีกว่าคนในครอบครัวเดียวกัน

พื้นฐานของความคิด การใช้ชีวิตล้วนมาจากต้นแบบ ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ท็อป นายณภัทร โชคจินดาชัย นักแสดงจากเรื่องฮอร์โมน...วัยว้าวุ่น เล่าว่า  Oa He Ma Ka An To Em Ni Ko Up Me Er Ne Na Po Jo Po Ec La Fe Wo Ip Fe Sa Ro To Ro Pa Em 1f Da Bo Pl Mo Co He Fr Bi To La La La St Gi Gi Go  หลายคนอาจไม่รู้ว่าการมีครอบครัวที่มีพ่อแม่ ลูก นั้นมันดีอย่างไร เพราะพวกเขาอาจไม่เคยขาดพ่อ แม่ หรือมีพ่อแม่ครบแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งที่พ่อแม่ผู้ปกครอง เป็นไม่กี่คนในโลกที่พร้อมรับฟังเราได้ทุกเรื่อง จึงอยากให้เพื่อนๆ ทุกคนที่ยังมีพ่อแม่อยู่ มีอะไรปรึกษาพ่อแม่ หากิจกรรมร่วมกับพ่อแม่

ขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ควรเปิดใจยอมรับฟังความคิด การแสดงออกต่างๆ ของลูก และควรหากิจกรรมทำร่วมกับลูก ฮอร์โมนความสุขสร้างได้ทุกวัย เพียงแต่ขอให้ทุกครอบครัว ทุกคน มีความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น เปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน ยอมรับในช่วงวัยของแต่ละรุ่น อย่างวัยรุ่น วัยของการเปลี่ยนแปลง ชอบความท้าทาย ความตื่นเต้น ความสนุก มีความรุนแรง มีเรื่องเพศ เรื่องเพื่อน ความรัก พ่อแม่ก็ทำหน้าที่คอยประคับประคอง แต่ไม่ได้ปิดช่องทางของลูกที่จะเดิน จะเรียนรู้ชีวิต

อาหาร เรื่องคาใจผู้ป่วยมะเร็ง


ท่านคงได้รับข้อมูลจากการบอกเล่าหรือการอ่านว่า การเลือกรับประทานอาหารสามารถป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็งอย่างได้ผล ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว เราควรจะเลือกรับประทานอาหารบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็ง หรือถ้าเป็นโรคมะเร็งแล้ว ควรจะเลือกบริโภคอาหารอะไรเพื่อช่วยควบคุมโรค

คำถามเหล่านี้ เป็นคำถามที่ผู้ป่วยจำนวนมากในปัจจุบันถามต่อแพทย์ผู้รักษา โดยหวังว่า แพทย์สามารถให้คำตอบได้ว่า ควรจะรับประทานอาหารอย่างไรเพื่อให้ผลการรักษาได้ผลดีที่สุด

ศ.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า ร่างกายคนเราต้องการอาหารที่หลากหลาย เพื่อนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยมะเร็งหรือคนปกติก็ควรกินให้ได้ครบ 5 หมู่

 “โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีคำถามบ่อยๆ ว่า ต้องงดเนื้อสัตว์หรือไม่ จริงหรือที่กินได้แค่ผักผลไม้ วิตามิน-อาหารเสริมช่วยได้แค่ไหน น้ำผักต่างๆ ดื่มแล้วจะช่วยให้มะเร็งหายเร็วได้จริงหรือไม่ และอีกสารพัดคำถามที่ล้วนแต่มีเป้าหมายไปทางเดียวกันคือ ชดเชยกับภูมิต้านทานร่างกายที่ลดลงหลังจากการรักษา”

คุณหมออธิบายว่า การกินที่ถูกต้องนั้น ไม่ควรกินเมนูเดียวซ้ำๆ ต้องกินให้หลากหลายและเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ส่วนเรื่องเนื้อสัตว์อาจเลี่ยงของปิ้งย่าง ทอด โดยเปลี่ยนเป็นการนึ่ง ต้ม แทนก็ได้ รวมถึงลดปริมาณอาหารไขมันสูงและอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะเป็นอาหารชั้นดีสำหรับมะเร็ง

หากบริหารจัดการเรื่องการกินได้ อาหารก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่เติมเต็มความสุขให้กับชีวิต ไม่ใช่บังคับตัวเองให้ไม่กินอะไรเลย จนเป็นทุกข์ และสำหรับอาหารเสริมนั้น ควรปรึกษานักโภชนาการ ไม่ควรซื้อมากินเอง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าร่างกายต้องการสารอาหารชนิดใดเพิ่ม การกินสุ่มสี่สุ่มห้าอาจเพิ่มโรคตามมาโดยไม่รู้ตัว

นอกจากการใส่ใจด้านโภชนาการแล้ว ในด้านการดูแลสุขภาพจิตก็จำเป็นไม่แพ้กัน เพราะคนไข้ทุกคนเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วย มักเกิดความเครียด วิตกกังวล Da To Fr Bo Bo De Go Mo Mo Vi Da La Gi No Ja Al Al Ja Vi Le Ra Ro Ar Mi Ob De Ro Be Ea Ke Be Wo So Go Tu Pa Mo Mc Mi Sm Ni Vo Ma Sa ยกตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จากการเก็บข้อมูลในผู้ป่วย 215 คน พบว่า 44% เป็นโรคทางจิตเวชแบบไม่รุนแรง 13% อยู่ในกลุ่มซึมเศร้าและกังวลเกี่ยวกับโรค และ 3% ที่เครียดมากจนถึงขั้นคิดทำร้ายตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา

ผศ.นพ.พนม เกตุมาน จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ให้คำแนะนำว่า ญาติควรหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็ง เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยได้ถูกวิธี ไม่ควรตำหนิคนไข้ทำนองว่าเป็นภาระครอบครัว เพราะการพูดอย่างนั้นจะยิ่งเป็นการทำให้คนไข้คิดมากและเครียดยิ่งกว่าเดิม

ญาติควรหมั่นสังเกตอาการคนไข้ และไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ หากพบว่ามีอาการเงียบขรึมกว่าปกติ เศร้า เหม่อลอย กิจวัตรประจำวันก็ทำไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อนที่จะรู้ตัวว่าป่วย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ นอนแล้วตื่นกลางดึก ฯลฯ ให้รีบพาไปปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและขอคำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพจิตโดยด่วน

“การปล่อยให้ผู้ป่วยมะเร็งอยู่กับความเครียด และความกังวลซ้ำๆ จะยิ่งทำให้เขาหมดกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรค ฉะนั้น การดูแลสุขภาพจิตใจของคนไข้ให้แข็งแรง ยิ้มรับกับโรคที่เป็น เพราะยิ่งเขามีจิตใจที่เข้มแข็งสู้กับทุกปัญหาแล้ว ร่างกายก็จะมีสุขภาพที่ดีตามไปด้วยนั่นเอง” จิตแพทย์แนะนำ