เรียนรู้วิธีและป้องกันตัวเองให้เกิดอาการภูมิแพ้น้อยที่สุด
โรคภูมิแพ้เป็นหนึ่งในภาวะเรื้อรังที่พบมากที่สุดในประชากรของประเทศไทย โดยเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก ร่างกายจะมีการตอบสนองไวเกินกว่าปกติ จึงทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ สำหรับโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นกับคนเรานั้นมักจะแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะแพ้เกสรดอกไม้ ฝุ่นละออง แมลง หรือบางคนก็แพ้ขนสัตว์ เช่น ขนของแมว ขนน้องหมา ฯ
เทคนิคการเลี้ยงการดูแล วันนี้ ปังปอนด์ก็เลยจะพาเพื่อน ๆ ที่แพ้ขนน้องหมา หรือมีสมาชิกในบ้านแพ้ขนน้องหมา แต่อยากที่จะเลี้ยงน้องหมา หรือมีน้องหมาอยู่ภายในบ้าน มาเรียนรู้วิธีป้องกันความเสี่ยงและดูแลตัวเองให้สามารถอยู่ร่วมกับน้องหมาได้อย่างมีความสุขกันค่ะ
ขนสุนัขทำให้เกิดภูมิแพ้จริงหรือ
หลาย ๆ คนที่เลี้ยงน้องหมาอาจจะสงสัยกันอยู่ว่า เส้นขนเล็ก ๆ บาง ๆ น้องหมาแสนรักที่ดูนุ่มสลวยนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้จริงหรือ ซึ่งต้องขอบอกเลยค่ะว่า จริง ๆ แล้วสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในน้องหมานั้นไม่ใช้เส้นขนของน้องหมาหรอกค่ะ แต่สารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในน้องหมาคือโปรตีนที่อยู่ในเศษขี้ไคล น้ำลายและฉี่ของน้องหมาต่างหาก ที่ทำให้เราเกิดอาการแพ้ โดยบางคนอาจจะแสดงอาการแพ้ออกมา เช่น การไอ คันตา มีน้ำตาไหล น้ำมูกไหล จามคัดจมูก หายใจลำบาก หอบหืด ผื่นคันขึ้นที่ใบหน้า คอ แขนขาและลำตัว เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้มักกำเริบหลังสัมผัสน้องหมาประมาณ 30 นาที แต่ในบางรายก็อาจแสดงอาการในเวลาหลายชั่วโมงก็ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย และความรุนแรงของการแพ้ค่ะ
ดังนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะไม่ให้อาการภูมิแพ้กำเริบหรือกำเริบน้อยที่สุด นั่นก็คือ การรู้จักหลีกเลี่ยงสิ่งที่ตัวเราแพ้ โดยก่อนที่จะเลือกหรือตัดสินใจเลี้ยงน้องหมา เราก็อาจศึกษาหาสายพันธุ์น้องหมาที่อยู่ในพวก Hypoallergenic Dogs หรือน้องหมาที่อยู่ในกลุ่มที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ คือน้องหมาที่ไม่ผลัดขนหรือผลัดขนน้อยมาเลี้ยง เช่น ชิสุ , มอลทีส , ยอร์เชียร์ เทอร์เรีย , อิตาเลียน เกรย์ฮาวน์ , บอสตัน เทอร์เรีย , ไชนีส เครสเต็ด , พูเดิ้ล ฯลฯ ซึ่งน้องหมาเหล่านี้ ขนจะไม่ค่อยร่วง ทำให้มีโอกาสไปกระตุ้นอาการภูมิแพ้ได้น้อยกว่าน้องหมาที่ผลัดขนบ่อย ๆ ค่ะ
หรือในครอบครัวที่เลี้ยงน้องหมาอยู่ก่อนแล้ว เพื่อน ๆ ก็อาจสามารถทำได้ตามวิธีต่าง ๆ เพื่อช่วยลดอาการแพ้ ให้น้องหมาอยู่ร่วมกันกับคนแพ้ขนน้องหมาอย่างมีความสุขได้ ดังนี้เลยค่ะ
จัดบริเวณให้น้องหมาอยู่เป็นสัดส่วน
เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องลงมือทำเป็นอันดับแรกสำหรับบ้านที่มีคนแพ้ขนสุนัขอาศัยอยู่ นั่นก็คือ การจัดบริเวณให้น้องหมาอยู่เป็นสัดส่วน โดยผู้เลี้ยงอาจจะใช้ กรง ที่กั้นคอกจำกัดพื้นที่ไม่ให้น้องหมาเดินได้อย่างอิสระ ให้น้องหมาอยู่ห่างจากบริเวณที่ผู้แพ้ขนน้องหมาอาศัยอยู่พอสมควร เพื่อจำกัดพื้นที่การหลุดร่วงของขนน้องหมาไม่ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน บริเวณที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาควรเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบ อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีร่มเงาที่เพียงพอ และง่ายต่อการดูแลทำความสะอาดด้วยก็จะยิ่งดีมาก ๆ เลยค่ะ
สำหรับครอบครัวที่เลี้ยงน้องหมาให้อยู่ภายในบ้าน แนะนำว่า ให้ผู้เลี้ยงจัดแบ่งพื้นที่ให้กับน้องหมาอย่างชัดเจน โดยอาจจะหาเครื่องฟอกอากาศเข้ามาติดตั้งเพื่อช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้สดชื่นขึ้น พร้อมกับหมั่นดูแลทำความสะอาดห้องนั่งเล่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดี
ในกรณีที่ผู้เลี้ยงแพ้ขนน้องหมา แนะนำว่า ไม่ควรให้น้องหมานอนในห้องนอนหรือนอนร่วมเตียงนอนเดียวกัน เพราะขนน้องหมา ขี้ไคล น้ำลาย สะเก็ดรังแคต่าง ๆ ของน้องหมามีโอกาสที่จะหลุดร่วงและฝังตัวในหมอน ผ้าปูที่นอน ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ค่ะ
ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ
สำหรับในครอบครัวที่มีคนแพ้ขนน้องหมา การรักษาความสะอาดบ้าน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยเลยค่ะ โดยแนะนำว่า ให้ใช้วิธีดูดฝุ่นเน้นตามซอกมุมต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น บนพื้น รอยต่อของไม้ ซอกประตู หน้าต่าง St
Da
Fo
Sk
Fo
Fo
Ja
Fo
Fo
Mo
Or
Ev
Or
Vo
Ka
To
Is
Ma
Ly
Ca
Mi
Wi
Jo
Br
B
Na
Fu
Sh
La
Mz
Sh
Br
Vi
La
To
Di
Ba
Fe
Vi
Ec
Va ทำความสะอาดที่นอน โซฟา โต๊ะ ตู้ ฯลฯ เป็นประจำแทนการใช้ไม้กวาดกวาดพื้นบ้าน เพื่อลดการฟุ้งกระจายของขนน้องหมาไม่ให้ปลิวไปทั่วบ้าน และกำจัดเศษขนน้องหมาที่หลุดร่วงออกมา ถูบ้านด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อทุกวันเพื่อป้องกันไรฝุ่น ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่ตามพื้น พร้อมกับหมั่นทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
หากภายในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากไม้ แนะนำให้ใช้ผ้าฝ้ายนุ่ม ๆ พ่นด้วยน้ำยาขัดเงาเฟอร์นิเจอร์ หรือสเปรย์กำจัดฝุ่นที่ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ สเปรย์จะช่วยกำจัดขนน้องหมาซึ่งมีไฟฟ้าสถิตย์ ทำให้เอาขนน้องหมาออกได้ง่ายขึ้นและยังลดโอกาสที่ขนน้องหมาจะกลับมาติดอีกด้วยค่ะ และหากต้องการกำจัดขนน้องหมาออกจากพื้นผิวหุ้มเบาะหรือผ้าปูที่นอน แนะนำให้เพื่อน ๆ สวมถุงมือยางที่จุ่มน้ำเปียกหมาด ๆ มาถูบนพื้นผิวหุ้มเบาะหรือผ้าปูที่นอน ขนน้องหมาจะเกาะติดที่ถุงมือออกมาอย่างง่ายดายเลยล่ะค่ะ
สำหรับบ้านที่เลี้ยงน้องหมาไว้ภายในบ้านก็อย่าลืมที่จะนำพรมเช็ดเท้าที่เป็นตัวเก็บกักเก็บขนน้องหมาและฝุ่นมาซักทำความสะอาดและดูดฝุ่นออกเป็นประจำ พร้อมกับกำจัดเห็บอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์เพราะเห็บอาจกัดสมาชิกในครอบครัวที่เป็นภูมิแพ้ ทำให้เกิดอาการแพ้มากยิ่งขึ้นได้ โดยการใช้ยาพ่นกำจัดเห็บที่มีส่วนผสมของ Pyrethrin หรือ Permethrin ที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บมาฉีดพ่นตามฝาผนัง ซอกต่าง ๆ ที่เห็บมักจะเข้าไปหลบและฝังตัวอยู่
สิ่งสำคัญ ในขณะพ่นยากำจัดเห็บก็อย่าลืมที่จะใส่หน้ากากป้องกันการสูดดมยา และควรป้องกันสมาชิกในบ้านที่เสี่ยงได้รับสารเคมี เช่น ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ลูกหลาน สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ให้ออกจากพื้นที่ในขณะฉีดพ่นก่อน และรอจนกว่าสารเคมีจะแห้งจึงค่อยปล่อยให้สมาชิกในบ้านเข้าบ้านได้ค่ะ ... การทำความสะอาด และพ่นยาภายในบ้านเป็นประจำจะช่วยป้องกันและช่วยลดจำนวนของเห็บลงได้เป็น จำนวนมาก รวมถึงยังช่วยกำจัดแมลงอื่น ๆ ภายในบ้านได้อีกด้วยค่ะ (อ่านเพิ่มเติมบทความ เห็บ ศัตรูตัวร้ายของน้องหมาที่ต้องกำจัด)
สำหรับ ผู้เลี้ยงที่เป็นภูมิแพ้ที่มักจะทำงานบ้าน เช่น ทำความสะอาดบ้าน ทำสวน ฯ เป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว แนะนำว่า ให้สวมใส่ถุงมือทุกครั้งที่ลงมือทําสวนเพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสโดนสารคัดหลั่ง เช่น ฉี่ อึ ที่น้องหมาอาจขับถ่ายทิ้งเอาไว้บนพื้นดินและหญ้า และสวมเสื้อแขนยาวก่อนทำความสะอาดบ้านทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสโดนกับเส้นขนของน้องหมาที่ปลิวอยู่ในอากาศ เพื่อไม่ให้เกิดการกระตุ้นการเกิดอาการภูมิแพ้ด้วยนะคะ
หมั่นอาบน้ำแปรงขนให้น้องหมา
ผู้เลี้ยงควรดูแลอาบน้ำทำความสะอาดน้องหมาเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และแปรงขนน้องหมาเพื่อสางขนชุดเก่ารวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดอยู่ตามตัวน้องหมาออก ซึ่งการแปรงขนให้น้องหมาเป็นประจำจะช่วยนวดกระตุ้นให้ต่อมไขมันที่โคนขนขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขน ทำให้ผิวหนังและเส้นขนของน้องหมาชุ่มชื้น และช่วยขจัดรังแค สิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากผิวหนัง และยังช่วยลดการหลุดร่วงของขนน้องหมาได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ
และสำหรับผู้เลี้ยงหลาย ๆ คนมักจะเข้าใจว่า การจับน้องหมาอาบน้ำบ่อย ๆ เช่น อาบน้ำให้น้องหมา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
จะสามารถช่วยให้ร่างกายของน้องหมาสะอาดมากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลยค่ะ เพราะว่า ในความเป็นจริงแล้วการที่เราจับน้องหมาอาบน้ำบ่อย ๆ จะเป็นการทำลายไขมันที่ร่างกายน้องหมาผลิตออกมาเคลือบผิวหนังและเส้นขน ซึ่งจะส่งผลทำให้ผิวหนังและเส้นขนหยาบ แห้ง ขาดความเงางาม ก่อให้เกิดอาการคันในน้องหมาบางตัว และอาจทำให้น้องหมาเป็นโรคผิวหนังอักเสบ เกิดสะเก็ดรังแคได้ ซึ่งถ้าหากมีอาการรุนแรงผิวหนังก็อาจจะติดเชื้อและกลายเป็นโรคผิวหนังต่าง ๆ ได้ และแน่นอนค่ะว่า คงไม่ดีกับผู้ที่แพ้ขนน้องหมาอย่างแน่นอน
ทางที่ดีเราควรอาบน้ำให้น้องหมาประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และเปลี่ยนมาแปรงขนบ่อย ๆ และตัดขนน้องหมาให้สั้นลง โดยอย่าลืมเน้นตัดขนบริเวณจุดที่สำคัญ คือ ขนบริเวณรอบดวงตา รอบปาก ขนใต้อุ้งเท้า รอบก้น ใต้ท้อง เพื่อลดการหลุดร่วงของเส้นขนแทนการอาบน้ำบ่อย ๆ จะดีกว่านะคะ (อ่านเพิ่มเติม กรูมมิ่งน้องหมาอย่างมืออาชีพ ... ทำเองก็ได้ง่ายจัง)
ส่วนในน้องหมาที่มีปัญหาสุขภาพผิวหนังและเส้นขน แนะนำว่า ให้พาน้องหมาไปปรึกษาขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์จะดีที่สุด และอาจจะหาวิตามิน หรือน้ำมันปลาบำรุงผิวหนังและเส้นขนมาให้น้องหมากินก็จะช่วยให้น้องหมามีสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่ดีแล้วล่ะค่ะ
หมั่นล้างมือหลังเล่นกับน้องหมา
นอกจากที่ผู้เลี้ยงจะดูแลทำความสะอาดบ้าน และอาบน้ำให้น้องหมาเป็นประจำแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้แพ้ขนน้องหมาควรระมัดระวังคือ Ha
Ha
Ol
Ha
Ma
Ho
Jo
Da
La
Sk
He
Fi
Fi
Ju
Ba
Na
Ip
Bc
Ps
Br
Ps
No
Ke
To
Ma
St
He
Oa
Ge
Mi
Ad
Mi
Bo
Ox
Bu
La
Ar
Mi
Ka
Vi
Vi
Vi
Al
Mo
St
Gu
Mo
Tr
Ke หลังเล่นกับน้องหมาก็ควรล้างมือล้างให้สะอาดทุกครั้ง และถ้าหากเราเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับน้องหมา ก็อย่าลืมที่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยหลังจากที่เล่นกับน้องหมาเสร็จ เพื่อลดการเกิดอาการแพ้หลังจากที่เล่นกับน้องหมากันด้วยนะคะ
และสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่จะช่วยให้ผู้เลี้ยงลดการเกิดอาการแพ้นั่นก็คือ การสวมเสื้อให้น้องหมาเวลาน้องหมาอยู่ในตัวบ้าน ซึ่งการใส่เสื้อผ้าให้น้องหมาจะสามารถช่วยลดการกระจายของเศษขี้ไคลจากผิวของน้องหมาลงไม่ให้ฟุ้งลอยไปในอากาศลงได้นั่นเองค่ะ ...
ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ สำหรับวิธีป้องกัน จัดการให้คนที่แพ้ขนน้องหมาสามารถอยู่ร่วมกับน้องหมาแสนรักได้ เพียงแค่เราต้องรักษาเรื่องความสะอาด และหลีกเลี่ยงอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นเพียงเท่านี้ เพื่อน ๆ ที่รักสัตว์แต่แพ้ขนน้องหมาก็สามารถอยู่ร่วมกันกับน้องหมาได้อย่างมีความสุขแล้วล่ะค่ะ
No comments:
Post a Comment