Friday, August 14, 2015

อย.เตือน “วงแหวนลดน้ำหนัก” ไม่ช่วยลดความอ้วน

อย.เตือน ระวังโดนหลอก “วงแหวนลดน้ำหนัก” ไม่ช่วยลดความอ้วน แนะหากพบเห็นโฆษณาสินค้าเกินจริง แจ้งสายด่วน อย. โทร.1556

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ติดตามและเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อต่างๆ พบว่าปัจจุบันผู้บริโภคนิยมสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อลดน้ำหนักผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ วงแหวน ที่อ้างสรรพคุณลดน้ำหนักและกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

ทั้งนี้ วงแหวนลดน้ำหนักดังกล่าว มีลักษณะเป็นแม่เหล็ก 1 คู่ ใช้สวมบริเวณนิ้วหัวแม่เท้าทั้ง 2 ข้าง อ้างสรรพคุณว่าจะทำหน้าที่กดจุดและกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารและขับถ่าย ช่วยเพิ่มการเผาผลาญในร่างกาย รวมทั้ง กล่าวอ้างว่าวงแหวนดังกล่าวทำมาจากแร่ 3 ชนิด โดยจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายเหมือนออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา และจะทำให้ผอมได้ ซึ่งจากการตรวจสอบของ อย. พบว่าโฆษณาดังกล่าวมีลักษณะอวดอ้างสรรพคุณเป็นเท็จหรือเกินจริง และเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค Up Dk Vi Lo Pa Gu Al Lo Ni Tc Po Ne La Fe Fe Ro Cu Di Cu Mc Da Da Bl La Pl To Fr Ko Tc Br St Mo Fr Ak Su Da St Ji Da Bl Ni Mi Ke Mi An Ni Sa Al  เนื่องจากยังไม่มีบทความหรือหลักฐานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุนสรรพคุณผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

นพ.ไพศาล กล่าวว่า สรรพคุณหรือข้อบ่งใช้ของแม่เหล็กไม่เคยได้รับการรับรองว่าสามารถช่วยกดจุดและลดความอยากของอาหาร หรือแม้แต่ช่วยเผาผลาญไขมันได้จริง จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อซื้อมาใช้โดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากการรับประทานที่มากขึ้น เนื่องจากหลงเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยลดน้ำหนักได้ แถมยังต้องเสียเวลาในการลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง

ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยก่อนตัดสินใจซื้อ ให้พิจารณาและสังเกตข้อความโฆษณาต่างๆ ว่ามีลักษณะโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหรือไม่ และโฆษณาดังกล่าวมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย ด้วยการหมั่นออกกำลังกายอย่างเหมาะสมต่อเนื่องอย่างน้อย 30นาที กินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ทำให้มีสุขภาพดี

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อต่างๆ ที่มีลักษณะหลอกลวงและโอ้อวดเกินจริง ขอให้ร้องเรียนไปที่สายด่วน อย. โทร.1556 เพื่อ อย.จะได้ตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปวดท้อง...ลางบอกโรคร้าย

ปล่อยไว้อาจอันตรายถึงชีวิต


          ใครทีมักจะปวดท้องบ่อยๆ แต่ไม่ว่าปวดท้องเพราะอะไรอาจเป็นสัญญาณอันตรายโดยไม่รู้ตัว ถ้าปล่อยไว้เห็นทีจะไม่ดีแน่ ลองมาดูวิธีการเช็คโรคจากอาการปวดท้องเป็นเกร็ดความรู้กันสักหน่อยดีกว่า

          การเช็คอาการปวดท้องโดยทั่วไป แพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งของอวัยวะและลักษณะของอาการปวดเพื่อประกอบการวินิจฉัย เช่น ปวดแบบเป็นๆ หายๆ ปวดหลังรับประทานอาหาร หรือหิวก็ปวด อิ่มก็ปวด เหล่านี้จะเป็นแนวทางช่วยให้ทราบอาการปวดท้องได้ ตรงจุด มากขึ้น

          หากปวดท้องด้านขวาตอนบน ความเจ็บปวดในบริเวณด้านขวาตอนบนของช่องท้องมันเกิด จากโรคตับและถุงน้ำดี หรือในบางครั้งโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ถุงน้ำดีก็อาจเกิดขึ้นบริเวณส่วนท้องน้อยก็เป็นได้ แต่ถ้าปวดท้องบริเวณแอ่งกระเพาะอาหาร คือ บริเวณที่อยู่ใต้ซี่โครงลงมา การเจ็บปวดบริเวณนี้มักเกิดจากการแสบกระเพาะอาหารและอาหารไม่ย่อย โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบอาจเกิดขึ้นในบริเวณนี้ได้ เช่นเดียวกัน แต่หากมีอาการแสบกระเพาะอาหาร นั่นอาจเกิดจากกรดและอาการเจ็บปวดเนื่องจากแผลในกระเพาะ

          แต่ถ้าหากปวดท้องด้านขวาตอนล่างอาจเป็นอาการของไส้ติ่งอักเสบอย่างเฉียบพลัน หรืออาการอักเสบของลำไส้ ปวดท้องด้านซ้ายตอนบน อาจมีสาเหตุมาจากโรคต่างๆ ที่เกิดในลำไส้ใหญ่ เช่น โรคท้องผูกหรืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่ Sa De Mi Ob Al Jo Na Mo Na La Li Ja Ga Ja Ja Ra Ro Er Up M Me Go To Ja Mo Pl Cr Cr Ca Lo Vo Ow Al Sa Fo Sp La Am Sp Qu Ch Ni แต่ถ้าหากปวดท้องส่วนกลางส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่มาจากโรคที่เกิดขึ้นที่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้อาการปวดท้องที่บริเวณนี้อาจเกิดจากไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งมักเริ่มที่บริเวณนี้ก่อนเสมอ แล้วจึงเลื่อนมาเป็นบริเวณท้องน้อย

          ปวดท้องด้านซ้ายตอนล่าง อาการปวดที่เป็นลักษณะปวดและคลายสลับกัน พร้อมกับอาการท้องร่วง หรือเกิดจากอาการท้องผูก อาจเกิดจากโรคถุงตันหรือที่เรียกกันว่าไส้ตันเป็นส่วนหนึ่งของลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis)

          เท่าที่กล่าวมาเป็นแค่ปราการป้องกันให้ตระหนักว่าอาการปวดท้องอาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคร้ายได้ คำแนะนำดังกล่าวช่วยให้ตรวจดูอาการปวดท้องเบื้องต้นได้ว่าน่าจะเกิดจากอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะฟันธงได้เลยว่าป่วยเป็นโรคอะไร

          ทางที่ดีต้องไปพบแพทย์เพื่อวิจัยฉัยอย่างละเอียด หากเกิดอาการปวดท้องขึ้นมาก็ให้บอกอาการปวดกับแพทย์ให้ตรงจุด ที่สำคัญอย่าไปหาซื้อยามารับประทานเองเชียว เพราะหากรักษาผิดจุดขึ้นมาอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

No comments:

Post a Comment